อิหร่านกร้าว เปิดฉากโจมตีทั่วตะวันออกกลาง ระลอกใหญ่สุดในสงคราม
กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ระบุว่าอิหร่านใช้ขีปนาวุธทำการโจมตีใส่ฐานทัพสหรัฐในหลายประเทศทั่วตะวันออกกลาง ในวันที่ 11 มีนาคม ถือเป็นปฏิบัติการโจมตีของอิหร่านที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่สงครามในตะวันออกกลางระหว่างอิสราเอลและสหรัฐต่ออิหร่านเปิดฉากขึ้น
สื่อทางการอิหร่านระบุว่า IRGC ใช้ขีปนาวุธโจมตีเป้าหมายต่างๆ ในช่วงคืนที่ผ่านมา รวมถึงมีการใช้ขีปนาวุธทิ้งตัวพิสัยไกล คอร์รัมชาห์ ในการโจมตีเป้าหมายของอิสราเอลและสหรัฐในตะวันออกกลาง อาทิ ฐานทัพอัล-อูเอดาของสหรัฐในประเทศกาตาร์ ฐานทัพแคมป์อาริฟจานในคูเวต และฐานทัพฮาริรในอิรัก
นอกจากนั้น อิหร่านยังทำการโจมตีครั้งใหญ่ ใส่กองทัพเรือที่ 5 ของสหรัฐในตะวันออกกลาง และสามารถทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านการปฏิบัติภารกิจของกองทัพสหรัฐอีกด้วย IRGC ระบุว่าจะทำการโจมตีอย่างรุนแรงและต่อเนื่องเพื่อให้ฝ่ายศัตรูยอมแพ้ และสงครามนี้จะจบลงก็ต่อเมื่อภัยสงครามจะหมดไปจากอิหร่าน
นี่ถือเป็นการโจมตีระลอกที่ 35 จากอิหร่าน ภายหลังจากนั้น อิสราเอลตรวจพบขีปนาวุธจำนวนมากยิงมาจากอิหร่าน แต่ยังไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อพลเรือน ด้านประเทศซาอุดีอาระเบียยิงสกัดขีปนาวุธที่พุ่งเป้าโจมตีฐานทัพอากาศของซาอุดีอาระเบีย และยิงโดรนจำนวน 2 ลำที่กำลังบินมุ่งหน้าโจมตีคลังเก็บน้ำมัน ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) รายงานการยิงสกัดขีปนาวุธเช่นกัน ขณะที่ประเทศบาห์เรนออกประกาศเตือนประชาชนให้เข้าที่หลบภัย ส่วนกาตาร์ยิงสกัดขีปนาวุธจากอิหร่านในกรุงโดฮา ทำให้เกิดเสียงระเบิดดังสนั่น
ขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซยังมีการโจมตีเรือที่แล่นผ่านพื้นที่ดังกล่าวเช่นกัน โดยเรือบรรทุกสินค้า 1 ลำถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธห่างจากชายฝั่งประเทศโอมานประมาณ 11 ไมล์ทะเล จนทำให้เรือเกิดเพลิงลุกไหม้และต้องอพยพลูกเรือ ขณะที่มีเรืออีก 1 ลำถูกโจมตีนอกชายฝั่งประเทศยูเออีในช่วงเช้าวันเดียวกัน

