หน้าแรก ต่างประเทศ อิหร่าน เย้ยห...

อิหร่าน เย้ยหยัน “มะกัน-อิสราเอล” ทำศึกสงครามสับสน ไร้เป้าหมาย ยันไม่มีการเจรจาใดๆทั้งสิ้น

12.03.26 | 06:20 น.
อิหร่าน

อิหร่าน เย้ยหยัน “มะกัน-อิสราเอล” ทำศึกสงครามสับสน ไร้เป้าหมาย ยันไม่มีการเจรจาใดๆทั้งสิ้น

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพอิหร่านทำศึกสงครามสู้กับสหรัฐและอิสราเอลยังดำเนินต่อไป การให้สัมภาษณ์ของนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ผ่านสถานีโทรทัศน์พีบีเอสของสหรัฐ ออกมาเย้ยหยันว่า การสู้รบของอิสราเอลและสหรัฐไม่มีเป้าหมายในการสู้รบครั้งนี้ การทำสงครามก็สับสน โดยเฉพาะการโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ คลังน้ำมัน เป็นความผิดพลาดใหญ่เพราะทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง และอิหร่านขอปฏิเสธการเจรจายุติสงคราม เพราะไม่เชื่อใจรัฐบาลสหรัฐที่เคยเปิดฉากโจมตีอิหร่านในเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ก่อนนำไปสู่การเจรจา และต้องการสะสางปัญหาโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน แต่สุดท้ายสหรัฐทำการโจมตีอิหร่าน

รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านยังออกมาปกป้องการที่อิหร่านโจมตีประเทศเพื่อนบ้านในตะวันออกกลาง ว่า เป็นการป้องกันตัวของอิหร่าน เพราะเคยได้เตือนทุกประเทศในภูมิภาคไปแล้วว่าหากสหรัฐโจมตีอิหร่าน อิหร่านจะโจมตีฐานทัพ สินทรัพย์ของสหรัฐในตะวันออกกลาง เพราะอิหร่านไม่สามารถโจมตีได้ไกลถึงสหรัฐ ผลกระทบจากการโจมตีของสหรัฐคือการขยายวงของความขัดแย้งไปทั่วภูมิภาค และนั่นไม่ใช่ความผิดของอิหร่าน เพราะอิหร่านเป็นฝ่ายถูกรุกราน

อารักชียืนยันว่าอิหร่านไม่ได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ และไม่ได้ห้ามไม่ให้เรือบรรทุกพลังงานแล่นผ่านพื้นที่ดังกล่าว แต่การโจมตีของอิสราเอลและสหรัฐทำให้ทั้งตะวันออกกลางไม่มีเสถียรภาพ ทำให้เรือไม่กล้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น ของสหรัฐรายงานอ้างแหล่งข่าวว่า อิหร่านเริ่มวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซแล้ว จะยิ่งเพิ่มปัญหาในการส่งออกน้ำมันออกจากภูมิภาคตะวันออกกลาง แหล่งข่าว 2 คนด้านข่าวกรองของสหรัฐระบุว่า แม้อิหร่านจะเริ่มวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา แต่จำนวนทุ่นระเบิดยังไม่มากนัก ที่ผ่านมากองทัพสหรัฐได้กำจัดเรือวางทุ่นระเบิดของอิหร่านจำนวน 16 ลำ ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ตามข้อมูลของกองบัญชาการกลางสหรัฐเมื่อวันที่ 10 มีนาคม

ขณะที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เตือนว่า หากอิหร่านวางทุ่นระเบิดในช่องแคบดังกล่าว จะต้องรีบเก็บออกทันที ถ้าไม่อยากเจอกับการตอบโต้ที่ร้ายแรงอย่างไม่เคยเห็นมาก่อน

Advertisement

ด้าน นายพีท เฮกเซท รัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐ โพสต์ยืนยันการโจมตีทำลายเรือวางทุ่นระเบิดของอิหร่าน และสหรัฐจะไม่ยอมให้ผู้ก่อการร้ายใช้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นตัวประกัน พร้อมกล่าวระหว่างแถลงข่าวที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐว่า จะเป็นอีกวันที่จะโจมตีอิหร่านอย่างหนักหน่วงที่สุดอีกครั้งหนึ่ง มีเครื่องบินรบมากที่สุด เครื่องบินทิ้งระเบิดมากที่สุด มีการโจมตีมากที่สุด และข้อมูลข่าวกรองก็แม่นยำและดีกว่าที่เคยเป็นมา

ขณะที่ชาวกรุงเตหะรานที่รอยเตอร์ติดต่อได้ บรรยายว่าคืนที่ผ่านมาว่าเป็นคืนทิ้งระเบิดรุนแรงที่สุดของสงคราม ชาวเมืองคนหนึ่งกล่าวทางโทรศัพท์ โดยขอไม่เปิดเผยชื่อด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยว่า “มันเหมือนนรก พวกเขาทิ้งระเบิดทุกที่ ทุกส่วนของเตหะราน ตอนนี้ลูกๆ ของฉันกลัวที่จะนอนหลับไปแล้ว”

แหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับแผนสงครามของอิสราเอลบอกกับรอยเตอร์ว่า กองทัพอิสราเอลต้องการสร้างความเสียหายให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนที่กรอบเวลาสำหรับการโจมตีเพิ่มเติมจะปิดลง ภายใต้สมมุติฐานว่าทรัมป์อาจยุติสงครามได้ทุกเมื่อ

นายกิเดียน ซาร์ รัฐมนตรีต่างประเทศอิสราเอล กล่าวว่า สงครามจะดำเนินต่อไปจนกว่าอิสราเอลและสหรัฐจะเห็นว่าถึงเวลาที่เหมาะสมในการยุติการสู้รบ แต่ก็บอกด้วยว่าอิสราเอลไม่ได้ต้องการสงครามที่ไม่มีวันจบสิ้น และว่า “เราจะดำเนินการต่อไปจนกว่าเราและพันธมิตรเห็นว่า ถึงเวลาที่เหมาะสมที่จะหยุด”

ด้าน พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า เมื่อ 11 มี.ค. ศูนย์ควบคุมการจราจรทางทะเล ของศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ (ศคจร.ศปก.ทร.) ได้รับรายงานเบื้องต้นว่าประมาณเวลา 11.00 น. เรือบรรทุกสินค้าประเภทเทกอง สัญชาติไทย ชื่อ “มยุรีนารี” (Mayuree Naree) ขนาดระวางขับน้ำประมาณ 30,000 ตัน ที่มีบริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) เป็นเจ้าของ ถูกโจมตี ขณะเดินเรือในทะเลบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz)

พล.ร.ต.ปารัช กล่าวต่อว่า ช่วงเกิดเหตุองทัพเรือโอมาน ได้เข้าให้ความช่วยเหลือลูกเรือแล้วจำนวน 20 คน และยังเข้าช่วยเหลือลูกเรืออีก 3 คน สำหรับลูกเรือที่ได้รับการช่วยเหลือถูกนำขึ้นฝั่งที่เมืองคาซับ (Khasab) ประเทศโอมาน เพื่อดูแลความปลอดภัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนสาเหตุการถูกโจมตียังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม