เขมรโดนด้วย! สหรัฐเพิ่มอีก 12 ประเทศ ต้องวางเงินประกันวีซ่า สูงสุดเกือบ 5 แสนบาท
รัฐบาลสหรัฐออกประกาศ เมื่อวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา เพิ่ม 12 ประเทศ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือกัมพูชา เข้าบัญชีประเทศที่พลเมืองจากประเทศเหล่านั้นต้องวางเงินประกันสูงสุด 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ เกือบ 500,000 บาท เพื่อขอวีซ่าประเภท B1 ซึ่งเป็นวีซ่าเพื่อธุรกิจ หรือ B2 ซึ่งเป็นวีซ่าท่องเที่ยว โดยนโยบายล่าสุดนี้จะเริ่มมีผลในวันที่ 2 เมษายนนี้ เพื่อป้องกันการอยู่เกินที่วีซ่ากำหนด
กระทรวงต่างประเทศสหรัฐระบุบนเว็บไซต์ว่า การวางเงินประกันเพื่อขอวีซ่าจะแบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ 5,000 ดอลลาร์ หรือ 165,000 บาท, 10,000 ดอลลาร์ หรือ 330,000 บาท และ 15,000 ดอลลาร์ หรือเกือบ 500,000 บาท ซึ่งจำนวนเงินที่จะต้องวางเงินประกันจะถูกกำหนดในการสัมภาษณ์วีซ่า
ประกาศจากกระทรวงต่างประเทศสหรัฐระบุอีกว่า โครงการวางเงินประกันวีซ่าที่เคยมีการประกาศใช้กับ 38 ประเทศก่อนหน้านี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามีประสิทธิภาพในการลดจำนวนผู้ถือวีซ่าที่พำนักอยู่เกินระยะเวลาที่กำหนด และโครงการนี้ช่วยประหยัดเงินภาษีที่จะต้องใช้ในการส่งกลับผู้ที่อยู่เกินวีซ่า เช่น ชาวต่างชาติเกือบ 1,000 คนที่ออกวีซ่าภายใต้นโยบายนี้ ในจำนวนนี้ 97% เดินทางกลับประเทศโดยไม่อยู่เกินวีซ่า
ทั้งนี้ สหรัฐจะคืนเงินประกันให้กับผู้ที่ถือวีซ่าที่เดินทางกลับประเทศตามเงื่อนไขของวีซ่าหรือคนที่ไม่ได้เดินทางเข้าสหรัฐตามที่ตั้งใจไว้ และการวางเงินประกันไม่ได้เป็นการรับประกันว่าจะได้รับวีซ่าอย่างแน่นอน
12 ประเทศที่ถูกเพิ่มเข้าไปในรายชื่อประกาศที่ต้องวางเงินประกันวีซ่าธุรกิจและท่องเที่ยว ได้แก่ กัมพูชา เอธิโอเปีย จอร์เจีย เกรนาดา เลโซโท มอริเชียส มองโกเลีย โมซัมบิก นิการากัว ปาปัวนิวกินี เซเชลส์ และตูนิเซีย
เมื่อบวกกับอีก 32 ประเทศที่กำหนดให้พลเมืองต้องวางเงินประกันเพื่อขอวีซ่าไปก่อนหน้านี้ อาทิ แอลจีเรีย ยูกันดา เวเนซุเอลา และซิมบับเว ทำให้รวมแล้วมีทั้งหมด 50 ประเทศอยู่ภายใต้นโยบายดังกล่าว แต่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐอาจเพิ่มรายชื่อประเทศที่จะอยู่ภายใต้โครงการดังกล่าวในอนาคต ตามความเสี่ยงที่ผู้อพยพจะพำนักเกินวีซ่า
นับตั้งแต่ที่นโยบายวางเงินประกันวีซ่าสหรัฐมีผลบังคับใช้เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว กลุ่มสิทธิมนุษยชนหลายกลุ่มได้ประณามนโยบายเรื่องผู้อพยพและการเดินทางของสหรัฐ เพราะเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก แต่รัฐบาลสหรัฐของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บอกว่านโยบายเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มความมั่นคงภายในประเทศ และเป็นการเพิ่มการคัดกรองนักเดินทางระยะสั้น
รัฐบาลสหรัฐยังเพิ่งออกคำสั่งระงับการทำวีซ่าถาวร หรือ Immigrant Visa แก่ 75 ประเทศทั่วโลก รวมถึงไทย เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา แต่มาตรการนี้กำลังอยู่ระหว่างรอคำตัดสินของศาลว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ แต่นโยบายต่างๆ ในเรื่องการเดินทางเข้าสหรัฐอาจส่งผลกระทบต่อการจัดฟุตบอลโลกในปีนี้ที่สหรัฐ แคนาดา และเม็กซิโกจะเป็นเจ้าภาพร่วม

