หน้าแรก ต่างประเทศ โลกรอฟังทรัมป...

โลกรอฟังทรัมป์แถลง พูดชัดหวังยึดแค่น้ำมัน ด่านาโต โบ้ยจีน-ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ เปิดฮอร์มุซเอง

2.04.26 | 08:46 น.
REUTERS

โลกรอฟังทรัมป์แถลง พูดชัดหวังยึดแค่น้ำมัน ด่านาโต โบ้ยจีน-ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ เปิดฮอร์มุซเอง

ขณะที่โลกกำลังรอฟังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวถ้อยแถลงต่อประชาชนชาวอเมริกันในค่ำคืนวันพุธที่ 1 เมษายน ตามเวลาในสหรัฐ เพื่อแจ้ง ความคืบหน้าเกี่ยวกับสงครามกับอิหร่าน ซึ่งเป็นการกล่าวสุนทรพจน์ครั้งแรกของเขา นับตั้งแต่เปิดฉากโจมตีร่วมกับอิสราเอลเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์

เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวรายหนึ่ง ซึ่งไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะก่อนการกล่าวถ้อยแถลงให้ข้อมูลโดยไม่เปิดเผยชื่อว่า ประธานาธิบดีทรัมป์จะกล่าวถึงความคืบหน้าของสหรัฐในการบรรลุเป้าหมายในอิหร่าน และจะย้ำกรอบเวลาที่คาดว่าจะยุติปฏิบัติการภายในสองถึงสามสัปดาห์

ประธานาธิบดีกล่าวระหว่างการรับประทานอาหารกลางวันอีสเตอร์ในบ่ายวันพุธเกี่ยวกับอิหร่านว่า ในช่วงสี่สัปดาห์ที่ผ่านมา กองกำลังของเราได้สร้างชัยชนะอย่างรวดเร็ว เด็ดขาด และอย่างท่วมท้นในสนามรบ

“เราอาจแค่ยึดน้ำมันของพวกเขามาเลยก็ได้ แต่คุณรู้ไหม ผมไม่แน่ใจว่าประชาชนในประเทศของเราจะมีความอดทนพอที่จะทำแบบนั้น ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดาย” ทรัมป์กล่าว และว่า “ใช่ พวกเขาอยากเห็นสงครามจบลง ถ้าเราอยู่ที่นั่นต่อ ผมอยากจะยึดน้ำมันมากกว่า เราทำได้ง่ายมาก ผมอยากทำแบบนั้น แต่คนในประเทศก็พูดว่า ‘แค่ชนะ คุณกำลังชนะอย่างมาก แค่ชนะแล้วกลับบ้าน’ ผมก็โอเคกับแบบนั้นเหมือนกัน เพราะเรามีน้ำมันจำนวนมากอยู่แล้ว ทั้งจากเวเนซุเอลาและจากของเราเอง”

ทั้งนี้ สื่อมวลชนไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าฟังคำกล่าวของทรัมป์ดังกล่าว แต่ทำเนียบขาวได้อัปโหลดวิดีโอคำกล่าวดังกล่าวทางออนไลน์ก่อนจะลบออกภายหลัง ทำเนียบขาวไม่ได้ตอบคำถามสื่อเกี่ยวกับวิดีโอชิ้นนี้และเหตุผลที่มันถูกลบออกไป

Advertisement

ก่อนหน้านั้นในวันพุธ ทรัมป์ยังโพสต์บนโซเชียลมีเดียโดยใช้ท่าทีแข็งกร้าว เรียกร้องให้อิหร่านหยุดปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญต่ออุปทานน้ำมันโลก ไม่เช่นนั้นนั้นสหรัฐจะทิ้งระเบิดอิหร่านให้ “กลับไปสู่ยุคหิน”

ทรัมป์ยังกล่าวว่า สหรัฐจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องใดๆ กับการดูแลความปลอดภัยของเรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นการถอยกลับจากคำขู่ก่อนหน้านี้ว่าจะโจมตีโครงข่ายไฟฟ้าของอิหร่าน หากอิหร่านไม่เปิดช่องแคบภายในวันที่ 6 เมษายนนี้

ในมื้อกลางวันอีสเตอร์นั้น ประธานาธิบดีทรัมป์ยังย้ำความไม่พอใจต่อพันธมิตรองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ที่ไม่เต็มใจจะเข้ามามีส่วนร่วมในการรักษาความปลอดภัยของช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมทั้งเสนอว่าจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ก็ควรเข้ามามีบทบาทในการเปิดเส้นทางเดินเรือนี้เช่นกัน

“ให้เกาหลีใต้ทำสิ คุณรู้ไหม เรามีทหารเพียง 45,000 นายที่เสี่ยงอันตรายอยู่ตรงนั้น ใกล้กับประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์ ให้เกาหลีใต้ทำเถอะ หรือให้ญี่ปุ่นทำ พวกเขาได้น้ำมัน 90% จากช่องแคบนี้ ให้จีนทำไปเถอะ” ทรัมป์กล่าวถึงความพยายามเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ในโพสต์บนโซเชียลมีเดียอีกครั้งในช่วงเช้า ทรัมป์เขียนว่า “ประธานาธิบดีของระบอบใหม่ของอิหร่าน” ต้องการหยุดยิง แต่ไม่ชัดเจนว่าเขาหมายถึงใคร เนื่องจากอิหร่านยังคงมีประธานาธิบดีคนเดิม

ทรัมป์ได้ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ว่า เขาจะแสดงความไม่พอใจต่อนาโตด้วยเช่นกัน สำหรับการขาดการสนับสนุนเป้าหมายของสหรัฐในอิหร่าน โดยทรัมป์บอกว่าเขากำลังพิจารณาอย่างจริงจัง ที่จะให้สหรัฐถอนตัวออกจากนาโต ซึ่งเป็นองค์กรสนธิสัญญาข้ามมหาสมุทรที่วุฒิสภาสหรัฐให้สัตยาบันในปี 1949

ความแตกแยกข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกในช่วงวาระที่สองของทรัมป์ได้ลึกซึ้งขึ้นหลังจากพันธมิตรยุโรปปฏิเสธคำขอของเขาที่จะช่วยรักษาความปลอดภัยในการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ทรัมป์ยังบอกด้วยว่า แม้ว่าสหรัฐจะถอนตัวออกจากอิหร่านค่อนข้างเร็ว แต่กองทัพสหรัฐอาจกลับมาเพื่อทำการ “โจมตีเฉพาะจุด” ได้ตามความจำเป็น

ขณะเดียวกัน ทรัมป์ได้พิจารณาทางเลือกทั้งการเพิ่มและลดความรุนแรงของความขัดแย้ง และการเคลื่อนไหวและการตัดสินใจขั้นต่อไปของทรัมป์ยังไม่ชัดเจน แม้แต่กับที่ปรึกษาใกล้ชิดบางคนก็ยังเห็นเช่นนั้น

เจ้าหน้าที่รัฐบาลได้เสนอปฏิบัติการที่กล้าหาญในการยึดคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงที่เหลืออยู่ของอิหร่าน รวมถึงปฏิบัติการภาคพื้นดินเพื่อยึดพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญๆ เช่น ชายฝั่งบางส่วนของอิหร่านและเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นเส้นทางส่งออกน้ำมันส่วนใหญ่ของอิหร่าน

การประกาศถ้อยแถลงต่อสาธารณะเรื่องสงครามอิหร่านของทรัมป์ มีขึ้นขณะที่ทหารสหรัฐอีกหลายพันนายยังคงแล่นเรือไปยังภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทรัมป์ต้องการเปิดทางเลือกทางทหารไว้

ในขณะเดียวกัน ทรัมป์ได้บอกเป็นนัยว่าเขาอาจถอนตัวออกจากความขัดแย้ง แม้ว่าอิหร่านจะปฏิเสธที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งก็ตาม โดยระหว่างรับประทานอาหารกลางวันวันอีสเตอร์ที่ทำเนียบขาว ทรัมป์กล่าวถึงสงครามกับอิหร่านว่า “รัฐบาลกำลังยุติสงครามลงแล้ว แต่คงต้องมีการโจมตีอีกสักสองสามครั้ง”

สถานีโทรทัศน์อิหร่านรายงานว่า เอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่าน เรียกคำกล่าวของทรัมป์ว่า “เป็นเท็จและไม่มีมูลความจริง”

ก่อนหน้านี้ในการให้สัมภาษณ์กับอัลจาซีรา อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ส่งสัญญาณว่าเตหะรานพร้อมที่จะสู้ต่อไป “คุณไม่สามารถพูดกับประชาชนอิหร่านด้วยภาษาของการข่มขู่และเส้นตายได้” เขากล่าว และว่า เราไม่ได้กำหนดเส้นตายใด ๆ สำหรับการป้องกันตัวเอง