ปธ.สภาอิหร่านเย้ยสหรัฐ ลดระดับจากเปลี่ยนระบอบ เป็นร้องให้ช่วยหานักบิน หลัง F-15 ถูกสอย
โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ออกมาเยาะเย้ยสหรัฐ ผ่านบัญชี X ของเขา หลังมีรายงานว่าเครื่องบินรบของอเมริกาถูกยิงตกเหนืออิหร่าน
“หลังจากเอาชนะอิหร่านได้ 37 ครั้งติดต่อกัน สงครามไร้กลยุทธ์อันชาญฉลาดที่พวกเขาเริ่มต้นขึ้น ตอนนี้ได้ลดระดับจาก ‘การเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง’ มาเป็น ‘เฮ้! มีใครหานักบินของเราหน่อยได้ไหม? ได้โปรด?’” กาลิบาฟโพสต์
กาลิบาฟยังโพสต์ประชดอีกว่า “ว้าว ช่างเป็นความก้าวหน้าที่น่าทึ่ง อัจฉริยะสุดๆ ไปเลย”
ช่วงหลังมานี้ บัญชีของกาลิบาฟมีความเคลื่อนไหวมากเป็นพิเศษ โดยมีการโพสต์มีมเป็นครั้งคราว ขณะที่การปรากฏตัวครั้งล่าสุดของเขาในสถานีโทรทัศน์ของรัฐคือเมื่อวันที่ 17 มีนาคม
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าววันที่ 31 มีนาคมว่า ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในอิหร่านแล้ว โดยระบุว่าผู้นำอิหร่านชุดใหม่นั้นหัวรุนแรงน้อยลง และมีเหตุผลมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีรายงานที่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่า รัฐบาลทรัมป์เคยพิจารณากาลิบาฟว่าอาจเป็น “พันธมิตรที่เป็นไปได้” และอาจถึงขั้นเป็น “ผู้นำในอนาคต” ของอิหร่านที่สหรัฐจะเลือก
ขณะเดียวกันในอิหร่านมีการเรียกร้องให้ประชาชนช่วยกันค้นหาผู้รอดชีวิตจากเครื่องบิน F-15E ของสหรัฐที่ถูกยิงตก และมีการเผยแพร่ภาพซากเครื่องบินที่อ้างว่าเป็นของเครื่องที่ถูกยิงตกดังกล่าวบนบนโซเชียลมีเดียด้วย
สำนักข่าว ISNA รายงานโดยอ้างคำกล่าวของผู้ว่าการจังหวัดโคห์กิลูเยห์และโบเยอร์-อะห์หมัดของอิหร่านกล่าวว่า ผู้ที่สามารถจับกุมหรือสังหารลูกเรือได้จะได้รับการยกย่องเป็นพิเศษ
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางคำขู่ทรัมป์ที่ระบุว่า สหรัฐอาจโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและโรงงานแยกเกลือจากน้ำทะเลของอิหร่าน เพื่อกดดันให้อิหร่านยุติสงครามตามเงื่อนไขของสหรัฐ
กองบัญชาการกลางสหรัฐ เผยว่า จนถึงขณะนี้ มีทหารสหรัฐเสียชีวิตในสงครามอิหร่านแล้ว 13 นาย และบาดเจ็บมากกว่า 300 นาย และยังไม่มีรายงานว่ามีทหารสหรัฐถูกจับเป็นเชลย
สงครามระหว่างสหรัฐและอิสราเอลกับอิหร่านได้ลุกลามไปทั่วตะวันออกกลาง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันคน และกระทบต่อเศรษฐกิจโลกจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อในหลายประเทศ
ขณะเดียวกัน มันยังเป็นสงครามที่ไม่ได้รับความนิยมในหมู่ประชาชนอเมริกัน โดยผลสำรวจของ Reuters / Ipsos ระบุว่า ประมาณสองในสามของชาวอเมริกันต้องการให้สหรัฐยุติการมีส่วนร่วมในความขัดแย้งโดยเร็ว แม้จะต้องแลกกับการไม่บรรลุเป้าหมายของรัฐบาลก็ตาม

