ถกเปิดทางเรือไทย สีหศักดิ์จ่อเยือนโอมาน ขอช่วยคุยอิหร่านให้ไฟเขียวผ่านฮอร์มุซ
เมื่อวันที่ 8 เมษายน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ลูกเรือทั้ง 3 คนของเรือมยุรีนารีที่ถูกอิหร่านโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซได้รับการยืนยันว่าเสียชีวิตแล้ว ทางกระทรวงขอแสดงความเสียใจมายังครอบครัวผู้เสียชีวิต ตนมีกำหนดการเดินทางเยือนประเทศโอมานระหว่างวันที่ 15-16 เมษายนนี้ ตามคำเชิญของนายบาดร์ บิน ฮาหมัด อัล บูไซดี รัฐมนตรีต่างประเทศของโอมาน เป้าหมายของการเยือนคือการขอบคุณทางการโอมานช่วยประสานในการให้ความช่วยเหลือลูกเรือมยุรีนารีถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ ลูกเรือ 20 คนของเรือเดินทางกลับถึงประเทศไทยอย่างปลอดภัยไปแล้วก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าเสียใจที่หน่วยกู้ภัยของอิหร่านและโอมานสามารถเข้าไปในตัวเรือได้ ในที่สุดก็ทราบว่าลูกเรือทั้ง 3 คนเสียชีวิตแล้ว จึงขอแสดงความเสียใจไปยังครอบครัว
นอกจากนั้น การเดินทางเยือนโอมานในครั้งนี้ เพื่อติดตามการหารือระหว่างอิหร่านและโอมานกำลังพูดคุยถึงการร่วมกันบริหารการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซให้มีความปลอดภัยและรักษาหลักการเสรีภาพในการเดินเรือ คิดว่าอย่างน้อย 2 สัปดาห์ที่สหรัฐและอิหร่านมีการหยุดยิงกันน่าจะมีการเปิดทางให้เรือต่างๆ ยังค้างอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซให้เดินทางผ่านได้ ทางไทยตอนนี้มีเรือผ่านมาแล้ว 1 ลำ คือเรือของบริษัทบางจาก ตอนนี้มีเรือของไทยอีก 9 ลำกำลังรอสัญญาณให้ผ่านฮอร์มุซได้ในจำนวนนี้ 5 ลำเป็นเรือบรรทุกปุ๋ย จึงอยากขอให้โอมานช่วยติดต่อกับทางอิหร่านขอให้ช่วง 2 สัปดาห์หยุดยิงมีการปล่อยเรือ 9 ลำไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้
นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ไทยแสดงความยินดีที่สหรัฐและอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เป็นเรื่องน่ายินดี หวังว่าทั้งสองฝ่ายจะใช้โอกาสนี้เพื่อให้เป็นก้าวสำคัญให้มีการหยุดยิงที่ยั่งยืนถาวร ขอให้เป็นก้าวสำคัญไปสู่สันติภาพในตะวันออกกลาง ฝ่ายไทยเห็นว่าความขัดแย้ง ความรุนแรงที่เกิดขึ้นสร้างความเสียหายอย่างมาก โดยเฉพาะกับอิหร่าน ประเทศในภูมิภาค และความเสียหายนั้นยังตกไปถึงประเทศอื่นๆ นอกภูมิภาครวมถึงไทย โดยเฉพาะในเรื่องราคาพลังงาน
ดังนั้นจึงอยากให้ข้อตกลงหยุดยิงนี้ สามารถนำไปสู่การหยุดยิงที่ยั่งยืน และนำไปสู่สันติภาพ หวังว่าทุกฝ่ายจะมุ่งสู่โต๊ะการเจรจาอย่างจริงจัง และจริงใจ แม้สหรัฐอเมริกาและอิหร่านจะหยุดยิง 2 สัปดาห์ แต่สถานการณ์ก็ยังมีความผันแปร จึงขอให้ประชาชนคนไทยในพื้นที่ ได้ใช้โอกาส 2 สัปดาห์นี้ รีบเดินทางกลับประเทศไทย สามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศนั้นๆ ได้ และหากคนไทยรายใดมีปัญหาด้านการใช้จ่าย ขอให้ติดต่อสถานเอกอัครราชทูตไทย จะมีกองทุนให้ความช่วยเหลือ เพื่อให้คนไทยประสงค์เดินทางกลับ สามารถกลับถึงประเทศไทยได้อย่างปลอดภัย
นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนการผนึกกำลังของอาเซียนในการสร้างความร่วมมือด้านพลังงานนั้น วันที่ 13 เมษายนนี้ จะมีการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนนัดพิเศษอีกครั้ง เพื่อหารือถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลาง จะเป็นโอกาสให้อาเซียนได้หารือร่วมกัน และร่วมมือกันในด้านพลังงาน โดยใช้แรงกระตุ้นจากเหตุการณ์นี้มาร่วมมือกันอย่างจริงจัง อาจจะไม่เฉพาะกับประเทศอาเซียนเท่านั้น เพราะยังมีประเทศคู่เจรจาของอาเซียนอยู่ด้วย

