หน้าแรก ต่างประเทศ โมจตาบากร้าว ...

โมจตาบากร้าว อิหร่านมุ่งแก้แค้นให้ อดีตผู้นำสูงสุด-ผู้พลีชีพ ยันต้องจัดการฮอร์มุซใหม่

10.04.26 | 08:26 น.
REUTERS

โมจตาบากร้าว อิหร่านมุ่งแก้แค้นให้ อดีตผู้นำสูงสุด-ผู้พลีชีพ ยันต้องจัดการฮอร์มุซใหม่

โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ระบุด้วยท่าทีแข็งกร้าวว่า อิหร่านมุ่งมั่นแน่วแน่ในการแก้แค้นต่อการเสียชีวิตของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่านซึ่งเป็นบิดาของเขา รวมถึงผู้พลีชีพของอิหร่าน และจะยกระดับการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซเข้าสู่ขั้นตอนใหม่

แถลงการณ์ดังกล่าวที่มีการเผยแพร่ด้วยการอ่านผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐ โดยระบุว่าเป็นของโมจตาบา แต่เขายังไม่ได้ปรากฏตัวต่อสาธารณะนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งแทนบิดาของเขา ซึ่งเสียชีวิตในวันแรกของสงครามจากการโจมตีร่วมของสหรัฐและอิสราเอล ที่ยังสังหารผู้นำระดับสูงของอิหร่านอีกหลายสิบคนไปพร้อมๆ กัน

“เราจะไม่ปล่อยให้ผู้รุกรานที่เป็นอาชญากรซึ่งโจมตีประเทศของเราลอยนวลและไม่ถูกลงโทษอย่างแน่นอน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเราจะเรียกร้องค่าชดเชยสำหรับความเสียหายทุกอย่างที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน” โมจตาบากล่าวในแถลงการณ์

ในช่วง 24 ชั่วโมงแรกหลังมีการประกาศข้อตกลงหยุดยิง มีเพียงเรือบรรทุกผลิตภัณฑ์น้ำมันเพียง 1 ลำ และเรือบรรทุกสินค้าเทกอง 5 ลำเท่านั้นที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ตามปกติในช่วงก่อนเกิดสงคราม ช่องแคบฮอร์มุซจะมีเรือแล่นผ่านประมาณ 140 ลำต่อวัน คิดเป็นเป็นหนึ่งในห้าของปริมาณการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวของโลก

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ โพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์ว่า น้ำมันจะเริ่มไหลเวียนอีกครั้ง แม้เขาจะไม่ได้ระบุว่าสหรัฐจะดำเนินการหรืออาจจะดำเนินการอะไร

Advertisement

“เพราะผม อิหร่านจะไม่มีวันมีอาวุธนิวเคลียร์ และในไม่ช้าคุณจะเห็นว่าน้ำมันจะเริ่มไหลอีกครั้ง ไม่ว่าจะมีความช่วยเหลือจากอิหร่านหรือไม่ สำหรับผมแล้ว มันไม่สำคัญ” ทรัมป์ระบุ

ประธานาธิบดีสหรัฐประกาศข้อตกลงหยุดยิงในความขัดแย้งกับอิหร่านซึ่งดำเนินมาเป็นเวลา 6 สัปดาห์เมื่อช่วงดึกของวันอังคารที่ 7 เมษายน ตามเวลาในสหรัฐ เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนเส้นตายที่เขาขู่ว่าจะทำลายอารยธรรมทั้งหมดของอิหร่าน

อย่างไรก็ดี ยังไม่มีสัญญาณว่าอิหร่านจะยกเลิกการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซเกือบทั้งหมด ซึ่งทำให้เกิดการหยุดชะงักด้านพลังงานทั่วโลกที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยอิหร่านระบุว่าการที่อิสราเอลยังคงโจมตีเลบานอนอย่างต่อเนื่อง เป็นประเด็นสำคัญที่ยังไม่อาจตกลงกันได้

ขณะที่ในปากีสถาน เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงกำลังเตรียมการสำหรับการเจรจาตรงรอบแรกระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน โดยมีการปิดพื้นที่บางส่วนของกรุงอิสลามาบัดเพื่อความปลอดภัย