
อิหร่าน คุยมีเจตนาดี แต่ไม่ไว้ใจสหรัฐ ลั่นต้องปฏิบัติตามคำมั่น ปลดล็อกอายัดทรัพย์-หยุดยิงในเลบานอน
โลกกำลังจับตาการจะพบปะเจรจาสันติภาพกันโดยตรงเป็นครั้งแรกระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ซึ่งมีปากีสถานเป็นตัวกลาง โดยตามรายงานระบุว่ากำหนดจะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 11 เมษายนนี้ ที่กรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงปากีสถานนั้น คณะผู้แทนเจรจาของอิหร่านที่นำโดยนายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภา และนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านนั้น ได้เดินทางถึงกรุงอิสลามาบัดแล้วตั้งแต่คืนวันศุกร์ (10 เม.ย.)
สื่ออิหร่านรายงานว่า ขณะเดินทางถึงสนามบินอิสลามาบัด นายกาลิบาฟกล่าวว่า อิหร่านมีเจตนาที่ดีต่อการเจรจา แต่ไม่ไว้วางใจสหรัฐ และว่า อิหร่านพร้อมที่จะบรรลุข้อตกลงหากสหรัฐเสนอสิ่งที่เขาเรียกว่าเป็น “ข้อตกลงที่แท้จริง” และมอบสิทธิที่อิหร่านพึงได้รับ
ก่อนหน้านั้น กาลิบาฟได้โพสต์บน X กล่าวอ้างว่า สหรัฐได้ตกลงที่จะปลดล็อกทรัพย์สินของอิหร่าน และให้มีการหยุดยิงในเลบานอน พร้อมย้ำว่าการเจรจาจะยังไม่เริ่มต้น จนกว่าคำมั่นสัญญาเหล่านั้นจะได้รับการปฏิบัติตาม
สำนักข่าวทัสนิมของอิหร่านรายงานว่า คณะผู้แทนเจรจาอิหร่านประกอบด้วยสมาชิกประมาณ 70 คน รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และการเมือง ตลอดจนบุคลากรด้านสื่อและเจ้าหน้าที่สนับสนุน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความละเอียดอ่อนสูงของการเจรจาครั้งสำคัญนี้ระหว่างอิหร่านและสหรัฐ
“เนื่องจากความซับซ้อนและความละเอียดอ่อนสูงของการเจรจาระหว่างอิหร่านและสหรัฐอเมริกา คณะผู้แทนอิหร่านจึงไม่เพียงแต่ประกอบด้วยผู้เจรจาหลักเท่านั้น แต่ยังรวมถึงคณะกรรมการด้านเทคนิคและผู้เชี่ยวชาญสำหรับการปรึกษาหารือที่จำเป็นด้วย” รายงานระบุ
ด้านคณะผู้แทนเจรจาฝ่ายสหรัฐนำโดยนายเจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรับ นายสตีฟ วิทคอฟฟ์ ทูตพิเศษ และนายจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กำลังอยู่ในระหว่างเดินทาง หลังเดินทางออกจากสหรัฐในวันศุกร์ และได้แวะเติมน้ำมันที่กรุงปารีส ก่อนมุ่งหน้าสู่กรุงอิสลามาบัด โดยนายแวนซ์ได้บอกกับผู้สื่อข่าวก่อนออกเดินทางว่า เขาคาดหวังผลลัพธ์ในเชิงบวกในการเจรจากับอิหร่าน แต่ก็บอกว่า “หากพวกเขาพยายามเล่นเกมกับเรา พวกเขาจะพบว่าทีมเจรจาเราจะไม่เปิดรับง่ายนัก”
ล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น.ตามเวลาในประเทศไทย รอยเตอร์รายงานว่า คณะเจรจาของรองประธานาธิบดีแวนซ์ เดินทางถึงกรุงอิสลามาบัด โดยมีนายอิชัค ดาร์ รัฐมนตรีต่างประเทศ และจอมพลอาซิม มูนีร์ แห่งกองทัพปากีสถาน มาคอยต้อนรับ
