ราคาน้ำมันเด้งกลับ เกิน 100 ดอลล์อีก หลังเจรจาสหรัฐ-อิหร่านล่ม มะกันปิดล้อมฮอร์มุซ
สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า ราคาน้ำมันกลับมาเพิ่มขึ้นทะลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลอีกครั้ง ในการเปิดการซื้อขายในตลาดเอเชียช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 13 เมษายน รับข่าวการเจรจามาราธอนเพื่อมุ่งยุติสงครามในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ประสบกับความล้มเหลว โดยคู่เจรจาทั้งสองฝ่ายไม่สามารถลงกันได้ ยิ่งสร้างความวิตกกังวลเพิ่มมากขึ้นว่าวิกฤตพลังงานโลกจะยิ่งดำดิ่งมากขึ้น
โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นราคาน้ำมันมาตรฐานโลก ปรับตัวสูงขึ้น 7.3% สู่ระดับ 102.30 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรวล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต(WTI) ปรับตัวขึ้น 8.7% ที่ 104.94 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ขณะที่การซื้อขายในตลาดหุ้นเอเชียในเช้าวันเดียวกันนี้ ปรับลดลงเล็กน้อย โดยดัชนีหุ้น Nikkei 225 ของตลาดหุ้นญี่ปุ่น ปรับลดลง 1% และดัชนีหุ้น Kospi ของเกาหลีใต้ ลดลง 0.8%
ก่อนหน้านี้ในวันพุธ(8 เม.ย.) ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับลดลงต่ำกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังจากสหรัฐและอิหร่านสามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวเป็นเวลา 2 สัปดาห์กันได้ หลังทั้งสองฝ่ายต่างยื่นข้อเสนอที่เป็นเงื่อนไขของตนเองให้อีกฝ่ายพิจารณาเพื่อรับข้อเสนอ ที่รวมถึงการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางการเดินเรือขนส่งสำคัญแห่งหนึ่งของโลก ก่อนจะนัดพบปะเจรจากันที่ประเทศปากีสถานเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อหาทางยุติสงครามสู้รบในตะวันออกกลางอย่างยั่งยืน ทว่าก็ไม่ประสบผลสำเร็จ หลังจากต่างฝ่ายต่างปฏิเสธข้อเสนอส่วนหนึ่งที่สำคัญของฝ่าย

