หน้าแรก ต่างประเทศ ข่าวดี! เรือก...

ข่าวดี! เรือกว่า 20 ลำผ่านฮอร์มุซ 18 เม.ย. รวมเรือน้ำมันจากบาห์เรนมาไทย

20.04.26 | 11:57 น.
ช่องแคบฮอร์มุซ / REUTERS

ข่าวดี! เรือกว่า 20 ลำผ่านฮอร์มุซ 18 เม.ย. รวมเรือน้ำมันจากบาห์เรนมาไทย

Kpler บริษัทวิเคราะห์การเดินเรือระบุว่า มีเรือมากกว่า 20 ลำได้แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซในวันเสาร์ที่ 18 เมษายน ซึ่งถือเป็นจำนวนเรือที่ผ่านเส้นทางน้ำสำคัญดังกล่าวมากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม หนึ่งวันหลังสหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน

โดยมีรายละเอียดบางส่วนดังนี้ ในบรรดาเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซในวันเสาร์ มี 5 ลำที่บรรทุกสินค้าจากอิหร่าน ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์น้ำมันไปจนถึงโลหะ และในจำนวนนี้มีเรือขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) 3 ลำ ซึ่งหนึ่งลำมุ่งหน้าไปยังจีน และอีกหนึ่งลำมุ่งหน้าไปยังอินเดีย

เรือบรรทุกน้ำมัน Crave ที่ติดธงปานามาและบรรทุกก๊าซ LPG จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) กำลังมุ่งหน้าไปยังอินโดนีเซีย

เรือบรรทุกน้ำมันสองลำจากทั้งหมดสามลำ ได้แก่ Akti A และ Athina ซึ่งบรรทุกผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปจากบาห์เรน กำลังมุ่งหน้าไปยังโมซัมบิกและประเทศไทย

เรือบรรทุกน้ำมัน Navig8 Macallister ซึ่งติดธงไลบีเรีย กำลังขนส่งแนฟทาจากยูเออี ประมาณ 500,000 บาร์เรล ไปยังเมืองอุลซานของเกาหลีใต้

Advertisement

เรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่มาก (VLCC) ชื่อ Fpmc C Lord ติดธงไลบีเรียกำลังบรรทุกน้ำมันดิบจากซาอุดีอาระเบียประมาณ 2 ล้านบาร์เรล กำลังมุ่งหน้าไปยังท่าเรือไมเลียวในไต้หวัน

เรือ Desh Garima ติดธงอินเดีย บรรทุกน้ำมันดิบ Das จากยูเออีประมาณ 780,000 บาร์เรล กำลังมุ่งหน้าไปยังศรีลังกา

เรือ Ruby ซึ่งบรรทุกปุ๋ยจากกาตาร์ กำลังมุ่งหน้าไปยังยูเออี

ส่วนเรือบรรทุกน้ำมัน Merry M กำลังขนส่งปิโตรเลียมโค้กจากซาอุดีอาระเบีย ไปยังเมืองราเวนนาในอิตาลี

ขณะเดียวกันสำนักข่าวทัสนิมของอิหร่านรายงานว่า เรือบรรทุกก๊าซปิโตรเลียมเหลวสองลำที่พยายามผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ถูกกองกำลังอิหร่านบังคับให้หันกลับเมื่อวันเสาร์ โดยหนึ่งในเรือดังกล่าว คือเรือบรรทุก LPG ชื่อ G Summer ติดธงแองโกลา ซึ่งข้อมูลติดตามเรือของ MarineTraffic ระบุว่า เป็นความพยายามที่จะออกจากจากอ่าวเปอร์เซียเป็นครั้งที่ 2

สงครามซึ่งขณะนี้เข้าสู่สัปดาห์ที่ 8 ส่งผลกระทบต่ออุปทานพลังงานโลกที่ถือได้ว่ารุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ เนื่องจากอิหร่านได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันมากถึง 1 ใน 5 ของโลก เพื่อตอบโต้การโจมตีจากสหรัฐและอิสราเอล