ราคาน้ำมันลง หลังทรัมป์ขยายหยุดยิงอิหร่าน
เมื่อวันที่ 21 เมษายน ราคาน้ำมันลดลงจากราคามากกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขยายเวลาหยุดยิงกับอิหร่านออกไป จนกว่าอิหร่านจะยื่นข้อเสนอให้
สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนท์เผชิญกับความผันผวน โดยปิดบวกประมาณ 3% ทว่าจากนั้นปรับตัวขึ้นมากกว่า 5% เป็นระดับสูงสุดของวันที่ 101.15 ดอลลาร์สหรัฐ หลังมีรายงานว่ารองประธานาธิบดีเจ.ดี. แวนซ์ของสหรัฐ ยกเลิกการเดินทางไปยังกรุงอิสลามาบัดเพื่อเจรจาสันติภาพกับอิหร่าน
ทั้งนี้ ในท้ายสุดราคาปรับตัวลดลงในเวลาต่อมา หลังจากทรัมป์กล่าวว่า ข้อตกลงหยุดยิงกลับอิหร่านยังคงมีผลบังคับใช้จนกว่าฝ่ายอิหร่านจะยื่นข้อเสนอและเสร็จสิ้นการเจรจา กระนั้นก็ดี เขาย้ำว่าจะยังคงปิดล้อมทางทะเลอิหร่านต่อไป
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับขึ้น 4.22 ดอลลาร์ หรือ 4.4% อยู่ที่ 99.67 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในการซื้อขายหลังปิดตลาด ขณะที่น้ำมันดิบราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) ปิดบวก 2.52 ดอลลาร์ หรือ 2.8% อยู่ที่ 92.13 ดอลลาร์
การขนส่งทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งปกติรองรับน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวประมาณ 20% ของปริมาณทั่วโลก ส่วนใหญ่ยังคงหยุดชะงัก โดยมีเรือเพียง 3 ลำที่แล่นผ่านช่องแคบนี้ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ซาอัด ราฮิม หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของบริษัทค้าโภคภัณฑ์ทราฟิกูรา กล่าวในงาน FT Global Commodities Summit ว่า ตอนนี้มีการสูญเสียน้ำมันไปแล้วถึง 1,000 ล้านบาร์เรล แม้ว่าสถานการณ์จะคลี่คลายในวันพรุ่งนี้ก็ตาม แต่ถ้ายืดเยื้อออกไปอีกหนึ่งเดือน ตัวเลขจะเพิ่มเป็น 1,500 ล้านบาร์เรล

