หน้าแรก ต่างประเทศ สื่อนอกชี้ ทร...

สื่อนอกชี้ ทรัมป์แค่ซื้อเวลา ปิดดีลอิหร่าน ยังห่างไกล

22.04.26 | 10:16 น.
Reuters

สื่อนอกชี้ ทรัมป์แค่ซื้อเวลา ปิดดีลอิหร่าน ยังห่างไกล

บีบีซีเสนอรายงานที่ระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กำลังซื้อเวลาเพื่อหาทางทำข้อตกลงกับอิหร่าน หลังวันแห่งการเจรจาทางการทูตที่วุ่นวาย โดยให้ภาพของความเคลื่อนไหวต่างๆ ก่อนที่ทรัมป์จะประกาศหยุดยิงแบบไม่มีกำหนด จนกว่าจะได้ข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่าน

วันอังคารที่ 21 เมษายน เริ่มต้นขึ้นด้วยความเคลื่อนไหวทางการทูตที่เร่งรีบในกรุงวอชิงตัน โดยเครื่องบินแอร์ฟอร์ซทู ถูกเตรียมพร้อมเพื่อพารองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ เดินทางไปยังกรุงอิสลามาบัดของปากีสถาน เพื่อเข้าร่วมการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐกับอิหร่านรอบ 2

แต่หลายชั่วโมงต่อมา เครื่องบินแอร์ฟอร์ซทูก็ยังไม่ได้ขึ้นบิน และการเจรจาก็ถูกเลื่อนออกไป ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่า เขาจะขยายเวลาหยุดยิงกับอิหร่าน ซึ่งมีกำหนดจะหมดอายุในเย็นวันพุธที่ 22 เมษายนนี้ออไป เพื่อเปิดโอกาสให้รัฐบาลอิหร่านมีเวลามากขึ้นในการจัดทำ “ข้อเสนอร่วมที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องกัน” เพื่อยุติสงคราม

ในระหว่างนั้น ทรัมป์ได้พิจารณาทางเลือกต่างๆ ขณะที่โลกกำลังรอคอยว่าทั้งสองประเทศจะใกล้การยุติสงครามได้หรือไม่ การตัดสินใจของทรัมป์ถือเป็นครั้งที่สองในรอบสองสัปดาห์ที่เขาถอยจากการขู่ยกระดับสงคราม เพื่อซื้อเวลาให้ตัวองในการยุติความขัดแย้งที่ใกล้จะครบสองเดือน

แวนซ์ไม่เคยประกาศเกี่ยวกับการเดินทางไปอิสลามาบัดอย่างเป็นทางการ ทำให้วอชิงตันอยู่ในภาวะคาดเดาต่อไป ขณะเดียวกัน อิหร่านก็ไม่เคยให้คำมั่นอย่างเป็นทางการว่าจะเข้าร่วมการเจรจา ทำให้ทำเนียบขาวตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากในการตัดสินใจว่าจะส่งแวนซ์ไปหรือไม่ และก็ไม่มีการรับประกันใดๆ ว่าอิหร่านจะเข้าร่วมการเจรจาเสียด้วยซ้ำ

Advertisement

เมื่อเวลาผ่านไป สัญญาณของการเลื่อนการเจรจาก็เริ่มปรากฏขึ้น สตีฟ วิทคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษด้านตะวันออกกลาง และจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของทรัมป์  ซึ่งเป็นสมาชิกระดับสูงของทีมเจรจาสหรัฐที่นำโดยแวนซ์ ได้บินจากไมอามีไปยังกรุงวอชิงตัน แทนที่จะเดินทางตรงไปอิสลามาบัด ไม่นานหลังจากนั้น แวนซ์ก็เดินทางไปยังทำเนียบขาวเพื่อเข้าร่วม “การประชุมนโยบาย” ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์และที่ปรึกษาอาวุโสกำลังหารือว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

ท้ายที่สุด ทรัมป์ประกาศขยายเวลาหยุดยิงบน Truth Social ซึ่งเป็นช่องทางที่เขานิยมใช้ในการอัปเดตสถานการณ์สงครามตั้งแต่ที่มันเริ่มต้นขึ้นในปลายเดือนกุมภาพันธ์ โดยทรัมป์กล่าวว่าเขาตัดสินใจเช่นนั้นตามคำร้องขอของปากีสถาน ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเจรจาระหว่างเตหะรานกับวอชิงตัน

“เราได้รับคำร้องขอให้ระงับการโจมตีประเทศอิหร่าน จนกว่าผู้นำและตัวแทนของพวกเขาจะสามารถหาข้อเสนอที่เป็นเอกภาพร่วมได้” ทรัมป์กล่าว

ที่น่าสังเกตคือ ครั้งนี้ทรัมป์ไม่ได้ระบุว่าการหยุดยิงจะกินเวลานานแค่ไหน ก่อนหน้านี้ในเดือนเมษายน ทรัมป์ได้กำหนดเส้นตายสองสัปดาห์สำหรับการหยุดยิงครั้งแรก ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่เขาแสดงความเห็นขัดแย้งกันในการให้สัมภาษณ์สื่อ โดยเขากล่าวว่าการเจรจาเป็นไปด้วยดี แต่ก็เตือนด้วยว่าเขาอาจกลับมาทำสงครามอีก หากอิหร่านปฏิเสธที่จะเจรจา

“ไม่มีสูตรสำเร็จที่ชัดเจน” สำหรับการยุติสงคราม เจมส์ เจฟฟรีย์ อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำอิรักและตุรกี กล่าวกับบีบีซี และว่า ทรัมป์ไม่ใช่ประธานาธิบดีสหรัฐคนแรกที่ขู่ว่าจะยกระดับความขัดแย้งทางทหารครั้งใหญ่ ในขณะเดียวกันก็เสนอข้อตกลงที่ดีบนโต๊ะเจรจา

แถลงการณ์แบบเปิดกว้างของทรัมป์ในวันอังคารมีท่าทีระมัดระวังมากกว่าการโพสต์โจมตีอิหร่านผ่านโซเชียลมีเดียในอดีต นั่นอาจเป็นสัญญานบ่งบอกถึงความต้องการของทรัมป์ในการยุติสงครามที่สร้างความปั่นป่วนต่อเศรษฐกิจโลก และไม่เป็นที่นิยมในกลุ่มผู้สนับสนุน MAGA ของทรัมป์ ที่ต่อต้านการแทรกแซงทางทหาร

ไบรอัน คาทูลิส นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันตะวันออกกลาง กล่าวว่า การตัดสินใจของทรัมป์เป็นการตัดสินใจที่ใช้เหตุผลตามความเป็นจริง โดยพิจารณาจากรอยร้าวที่เห็นได้ชัดเจนในผู้นำรัฐบาลอิหร่านชุดปัจจุบัน การตัดสินใจของทรัมป์ยังสร้างความไม่แน่นอนมากขึ้นเกี่ยวกับระยะเวลาที่สงครามจะยืดเยื้อ

คาทูลิสกล่าวว่า การตัดสินใจนี้ทำให้เกิดคำถามสำหรับทรัมป์ว่า เขารับมือกับความเจ็บปวดทางเศรษฐกิจที่ชาวอเมริกันกำลังประสบอยู่ และความเจ็บปวดทางการเมืองจากฐานเสียงของเขาได้อย่างไร คาทูลิสบอกว่า “ทรัมป์ยังไม่ได้ตอบคำถามสำคัญที่ยังคงเป็นตัวผลักดันให้วิกฤตนี้ดำเนินต่อไป”

ด้วยการขยายเวลาหยุดยิง สหรัฐและอิหร่านจึงมีเวลามากขึ้นในการทำข้อตกลงสันติภาพที่ยั่งยืน แต่คำถามสำคัญหลายประการยังคงอยู่

อิหร่านกล่าวว่า การปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซของสหรัฐถือเป็นการกระทำที่เทียบเท่าการทำสงคราม แม้ทรัมป์จะเลือกไม่กลับมาทำสงครามทันที แต่เขาก็ไม่ได้แสดงท่าทีว่าจะยุติการปิดล้อม ซึ่งสหรัฐหวังว่าจะกดดันให้อิหร่านยอมถอย แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่เกิดขึ้น ทำให้ทรัมป์เหลือทางเลือกน้อยลง นอกจากยกระดับปฏิบัติการทางทหาร

ขณะเดียวกัน อิหร่านก็ไม่ส่งสัญญานใดๆ ว่าจะยุติโครงการนิวเคลียร์ หรือหยุดสนับสนุนกลุ่มตัวแทนในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็น “เส้นแดง” สองประการที่ทรัมป์เรียกร้องให้รวมอยู่ในข้อตกลงสันติภาพขั้นสุดท้าย

ภายใต้การขยายเวลาหยุดยิงกับอิหร่านแบบไม่มีกำหนด ทรัมป์ได้ซื้อเวลาเพิ่มให้ตัวเอง แต่การยุติสงครามอย่างรวดเร็ว ดูเหมือนจะเลือนรางห่างไกลและยังคงยากที่จะเกิดขึ้นเหมือนเดิม