สหรัฐ คว่ำบาตร ก๊ก อาน ฐานมีเอี่ยวเครือข่ายสแกมเมอร์ หลอกเงินชาวอเมริกัน
กระทรวงการคลังของสหรัฐออกมาประกาศคว่ำบาตร นายก๊ก อาน วุฒิสมาชิกชาวกัมพูชาผู้เป็นคนสนิทของสมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาและอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา นอกนั้นสหรัฐยังคว่ำบาตรบุคคลและนิติบุคคลอีก 28 ราย ในข้อหาใช้ก่ออาชญากรรมออนไลน์เพื่อฉ้อโกงเงินหลายล้านดอลลาร์สหรัฐไปจากชาวอเมริกัน
กระทรวงการคลังของสหรัฐระบุว่า ก๊ก อานใช้เครือข่ายทางการเมืองของตัวเองเพื่อปกป้องฐานปฏิบัติการอาชญากรรมออนไลน์และผู้ร่วมขบวนการล่อลวงชาวอเมริกันด้วยการผูกมิตรหรือหลอกให้รักเพื่อให้เหยื่อชาวอเมริกันโอนสินทรัพย์ออนไลน์ของตัวเองไปให้โดยอ้างว่าจะได้ผลตอบแทนสูง
รัฐบาลสหรัฐระบุอีกว่าเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์หลายคนเปิดเผยว่าพวกเขาและเหยื่ออีกหลายพันคนถูกนำตัวไปยังฐานปฏิบัติการของกลุ่มอาชญากรรมออนไลน์และถูกบังคับให้หลอกลวงเอาเงินผู้เสียหายชาวอเมริกัน
นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังกล่าวว่า การปราบปรามการฉ้อโกงให้หมดไปเป็นหนึ่งในสิ่งที่รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ให้ความสำคัญสูงสุด กระทรวงการคลังจะยังคงพุ่งเป้าไปที่กลุ่มอาชญากรและฐานปฏิบัติการหลอกลวงออนไลน์ที่ปล้นเงินชาวอเมริกันนับหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐที่ได้มาอย่างยากลำบาก ไม่ว่าพวกอาชญากรเหล่านี้จะอยู่ที่ไหนหรือมีความเชื่อมโยงกับใคร
นอกจากนั้น สำนักงานควบคุมสินทรัพย์ต่างชาติของกระทรวงการคลังสหรัฐยังได้ร่วมมือกับกองกำลังปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ เพื่อคว่ำบาตรบุคคล 2 รายที่เป็นเจ้าของฐานปฏิบัติการออนไลน์สแกมเมอร์ในประเทศเมียนมาและกำลังจะเริ่มเปิดฐานปฏิบัติการแห่งใหม่ในกัมพูชา อีกทั้งมีการยึดแอพพลิเคชั่นโซเชียลมีเดียแห่งหนึ่งที่ใช้ล่อลวงเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์ เช่นเดียวกับยึด 503 เว็บไซต์ที่ใช้ในขบวนการหลอกลวงให้ลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล
เบรต เอริคสัน ผู้อำนวยการบริหารของบริษัท Obsidian Risk Advisor ให้ความเห็นว่าการคว่ำบาตรดังกล่าวถือว่ารุนแรงมากในแง่มุมทางการทูต “รัฐบาลของทรัมป์มองว่าปัญหานี้เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศ สแกมเมอร์เหล่านี้หลอกลวงเงินเก็บของประชาชนไปจนหมดและสร้างความเสียหายต่อครอบครัว” เอริคสันกล่าว
ด้านกระทรวงต่างประเทศสหรัฐตั้งเงินรางวัล 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับผู้ใดที่ให้ข้อมูลที่จะนำไปสู่การยึดหรือกู้คืนเงินที่ได้มาจากการฉ้อโกงจากฐานปฏิบัติการอีกแห่งในเมียนมาที่ถูกสหรัฐคว่ำบาตรเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว
อย่างไรก็ตาม สถานเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำสหรัฐยังไม่ได้ออกมาให้ความเห็นต่อเรื่องดังกล่าว

