หน้าแรก ต่างประเทศ อารักชีไปมอสโ...

อารักชีไปมอสโก พบปูติน จนท.มะกันอ้าง อิหร่านยื่นข้อเสนอใหม่ เปิดฮอร์มุซ ถกนุกทีหลัง

27.04.26 | 10:33 น.
(แฟ้มภาพ) อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน / รอยเตอร์

อารักชีไปมอสโก พบปูติน จนท.มะกันอ้าง อิหร่านยื่นข้อเสนอใหม่ เปิดฮอร์มุซ ถกนุกทีหลัง

สื่ออิหร่านรายงานว่า นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เดินทางถึงประเทศรัสเซียแล้ว เมื่อวันที่ 27 เมษายน ตามเวลาในไทย โดยเขามีกำหนดจะเข้าเยี่ยมคาราวะและหารือกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของอารักชีมีขึ้นหลังจากที่เขาเดินทางออกจากกรุงอิสลามาบัดของปากีสถาน ก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะประกาศให้ผู้แทนสหรัฐยกเลิกการเดินทางไปหารือสันติภาพรอบ 2 ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ความหวังในการฟื้นความพยายามเจรจาสันติภาพลดลงเมื่อวันเสาร์ หลังทรัมป์ยกเลิกแผนการเดินทางของ สตีฟ วิทคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษ และจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของเขา ไปยังกรุงอิสลามาบัด ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านเดินทางไปมาระหว่างปากีสถานและโอมาน ซึ่งเป็นประเทศตัวกลางไกล่เกลี่ยเมื่อวันอาทิตย์ ก่อนมุ่งหน้าไปรัสเซีย

ก่อนเดินทางไปรัสเซีย อารักชีกลับไปยังกรุงอิสลามาบัดอีกครั้ง หลังจากร่วมการเจรจาในโอมานเมื่อวันอาทิตย์ โดยสื่อทางการอิหร่านรายงานว่า อารักชีได้หารือกับสุลต่านฮัยซัม บิน ฏอริก แห่งโอมาน เกี่ยวกับความมั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซ และเรียกร้องให้มีกรอบความมั่นคงระดับภูมิภาคที่ปราศจากการแทรกแซงจากภายนอก

อารักชีเขียนบนแพลตฟอร์ม X ว่า ประเด็นสำคัญของการหารือในโอมานนั้นรวมถึงวิธีการที่จะรับประกันการเดินเรือขนส่งที่ปลอดภัย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนบ้านอันเป็นที่รักยิ่งทุกประเทศและต่อโลก

สำนักข่าวทัสนิมของอิหร่านรายงานว่า หัวข้อการหารือระหว่างอารักชีกับเจ้าหน้าที่ปากีสถานยังรวมถึงการบังคับใช้ระเบียบกฎหมายใหม่เหนือช่องแคบฮอร์มุซ การรับค่าชดเชย การรับประกันว่าจะไม่มีการรุกรานทางทหารซ้ำอีกโดยพวกที่ชอบก่อสงคราม และการยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล

Advertisement

คาเซม จาลาลี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำรัสเซีย โพสต์บน X ว่า อารักชีจะพบกับปูตินเพื่อสานต่อการต่อสู้ทางการทูต เพื่อส่งเสริมและผลักดันผลประโยชน์ของประเทศ ท่ามกลางภัยคุกคามจากภายนอก

“อิหร่านและรัสเซียยืนอยู่ในแนวร่วมเดียวกันในการต่อสู้กับกองกำลังเผด็จการเบ็ดเสร็จของโลก ที่กระทำต่อประเทศเสรีและประเทศที่แสวงหาความยุติธรรม รวมถึงประเทศที่ต้องการโลกที่ปราศจากลัทธิฝ่ายเดียวและการครอบงำของตะวันตก” จาลาลีระบุ

ความเห็นต่างระหว่างสหรัฐกับอิหร่านไม่ได้จำกัดอยู่เพียงโครงการนิวเคลียร์ของเตหะรานและการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซเท่านั้น โดยทรัมป์ต้องการจำกัดการสนับสนุนของอิหร่านต่อกลุ่มตัวแทนในภูมิภาค รวมถึงฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน และฮามาสในฉนวนกาซา รวมทั้งลดขีดความสามารถของอิหร่านในการโจมตีพันธมิตรของสหรัฐด้วยขีปนาวุธพิสัยไกล ขณะที่อิหร่านต้องการให้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร และยุติการโจมตีของอิสราเอลต่อฮิซบอลเลาะห์

สำนักข่าว Axios รายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน โดยอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐที่ไม่เปิดเผยชื่อ 1 ราย และแหล่งข่าวอีก 2 รายที่รับรู้เรื่องนี้ว่า อิหร่านได้ส่งข้อเสนอใหม่ให้สหรัฐผ่านคนกลางจากปากีสถาน เกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งและการยุติสงคราม โดยระบุให้การเจรจาเรื่องนิวเคลียร์เป็นขั้นตอนถัดไปในภายหลัง อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐและทำเนียบขาวยังไม่ได้ตอบคำขอแสดงความคิดเห็นต่อรายงานดังกล่าวในทันที

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวเมื่อวันที่ 25 เมษายนว่า อิหร่านสามารถโทรศัพท์มาหาเขาได้ หากต้องการเจรจาเพื่อยุติสงครามที่ดำเนินมานานสองเดือนระหว่างทั้งสองฝ่าย แต่ย้ำว่าอิหร่านจะต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์เด็ดขาด

ทรัมป์กล่าวในรายการ “The Sunday Briefing” ทางสถานีโทรทัศน์ Fox News ว่า “ถ้าพวกเขาต้องการเจรจา พวกเขาก็มาหาเราได้ หรือจะโทรมาก็ได้ คุณรู้ไหม มันมีโทรศัพท์ เรามีสายสื่อสารที่ดีและปลอดภัย” และว่า “พวกเขารู้ดีว่าอะไรต้องอยู่ในข้อตกลง มันง่ายมาก พวกเขาต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ ไม่อย่างนั้นก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องพบกัน”

หลังการเดินทางทางการทูตครั้งล่าสุดถูกยกเลิก แหล่งข่าวรัฐบาลปากีสถาน 2 รายบอกกับรอยเตอร์เมื่อวันอาทิตย์ว่า เครื่องบินลำเลียง C-17 ของกองทัพอากาศสหรัฐ 2 ลำ ซึ่งบรรทุกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย อุปกรณ์ และยานพาหนะที่ใช้คุ้มกันเจ้าหน้าที่สหรัฐ ได้บินออกจากปากีสถานแล้ว

อิหร่านเรียกร้องมาตลอดให้สหรัฐยอมรับสิทธิของตนในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ซึ่งเตหะรานยืนยันว่ามีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ด้านสันติเท่านั้น แต่ชาติตะวันตกมองว่าเป็นความพยายามเพื่อพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์