สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ทางการฟิลิปปินส์เดินหน้าปราบปรามกลุ่มติดอาวุธเมาว์เต ที่ยึดบางส่วนของเมืองมาราวี บนเกาะมินดาเนา ตอนใต้ของฟิลิปปินส์ อย่างต่อเนื่อง พร้อมกับเรียกร้องให้กลุ่มติดอาวุธยอมมอบตัวกับทางการ เพื่อประโยชน์ของพลเรือนที่ติดอยู่ในเมือง โดยพลจัตวา เรสติตูโต ปาดิลลา โฆษกกองทัพฟิลิปปินส์ เปิดเผยกับสถานีวิทยุดีแซดบีบีว่า ทางกองทัพให้โอกาศแก่กลุ่มติดอาวุธในการมอบตัว และยังมีโอกาสที่จะวางอาวุธ หากยอมทำตามก็จะไม่ต้องมีใครถูกลากเข้ามาเกี่ยวโยงอีกและจะไม่มีอาคารถูกทำลายอีก
ขณะที่ผู้สื่อข่าวถามถึงเหตุผลของการให้กลุ่มติดอาวุธมอบตัว นายเออร์เนสโต อเบลลา โฆษกทำเนียบประธานาธิบดี ตอบว่า เพื่อบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้น และเพื่อให้พลเรือนได้รับผลกระทบน้อยลง
ข่าวระบุว่า ขณะนี้มีชาวบ้านราว 2,000 คนที่ติดอยู่ในเขตพื้นที่ที่กลุ่มติดอาวุธยึดครองอยู่ ซึ่งคณะกรรมาธิการกาชาดสากลเตือนว่าพลเรือนเหล่านี้อาจตกอยู่ในอันตรายจากการปะทะกันระหว่างกองทัพกับกลุ่มติดอาวุธ โดยมีรายงานว่า กลุ่มเมาว์เตได้จับตัวบาทหลวง 1 คน และพลเรือนอีก 14 คนไว้เป็นตัวประกันในวันแรกของเหตุรุนแรง โดยยังไม่มีใครรู้ชะตากรรมของตัวประกันเหล่านี้ว่าเป็นอย่างไรในตอนนี้
ขณะที่มีรายงานยืนยันผู้เสียชีวิตจากเหตุปะทะกันในเมืองมาราวีรวมทั้งสิ้นกว่าร้อยรายแล้วนับตั้งแต่เหตุการณ์รุนแรงเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม จนประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต แห่งฟิลิปปินส์ต้องประกาศใช้กฎอัยการศึกบนเกาะมินดาเนา

