น้ำมันโลกพุ่ง 3.8% แตะ 105$ หลังทรัมป์ประกาศ ไม่รับข้อเสนอยุติศึกอิหร่าน
ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นในการซื้อขายช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม ในเอเชีย หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ระบุว่า ท่าทีตอบสนองของอิหร่านต่อข้อเสนอของสหรัฐเพื่อยุติสงคราม เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้โดยสิ้นเชิง
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นเกณฑ์อ้างอิงในตลาดโลก เพิ่มขึ้น 3.8% มาอยู่ที่ 105.20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบที่เวสต์เท็กซัสของสหรัฐ เพิ่มขึ้น 4% มาอยู่ที่ 99.30 ดอลลาร์
ราคาพลังงานมีความผันผวนอย่างรุนแรงนับตั้งแต่เริ่มเกิดความขัดแย้ง ขณะที่ราคาน้ำมันเบรนท์ได้ปรับขึ้นกลับมาเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้ง นับตั้งแต่การหยุดยิงมีผลเมื่อวันที่ 8 เมษายน
ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางในการขนส่งน้ำมันและก๊าซทั่วโลกโดยประมาณหนึ่งในห้าถูกปิดโดยพฤตินัย หลังจากที่เตหะรานขู่ว่าจะโจมตีเรือที่พยายามผ่านช่องแคบดังกล่าว เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐและอิสราเอล ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออุปทานน้ำมันและก๊าซทั่วโลก
ด้านบริษัทพลังงานรายใหญ่มีผลกำไรเพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจากราคาน้ำมันและก๊าซในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้น โดยเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม ซาอุดีอารัมโก บริษัทพลังงานของซาอุดีอาระเบีย ประกาศว่า กำไรในช่วงสามเดือนแรกของปีนี้เพิ่มขึ้นมากกว่า 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2025
อามิน นัสเซอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของซาอุดีอารัมโก กล่าวว่า ท่อส่งน้ำมันข้ามประเทศของบริษัท ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นเส้นทางขนส่งสำคัญ และช่วยให้บริษัทหลีกเลี่ยงการหยุดชะงักของการขนส่งที่เกิดจากสงครามอิหร่าน
ขณะที่เมื่อเดือนที่แล้ว บีพีรายงานว่ากำไรในช่วงสามเดือนแรกของปีนี้เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า ขณะที่เชลล์ประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่ารายได้ของบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างมากเช่นกัน

