หน้าแรก ต่างประเทศ ผู้แทนอิหร่าน...

ผู้แทนอิหร่าน เยือนโดฮาหารือนายกฯ กาตาร์ ประเด็นข้อตกลงสันติภาพ มะกัน-เตหะราน

26.05.26 | 11:35 น.
AP

ผู้แทนอิหร่าน เยือนโดฮาหารือนายกฯ กาตาร์ ประเด็นข้อตกลงสันติภาพ มะกัน-เตหะราน

หัวหน้าทีมเจรจาและรัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน กำลังอยู่ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ เพื่อพูดคุยกับเชค มุฮัมมัด บิน อับดุรเราะฮ์มาน บิน ญาสซิม อาล ษานี นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศกาตาร์ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม เกี่ยวกับข้อตกลงระหว่างสหรัฐและอิหร่านเพื่อยุติสงคราม


เนื้อหาการหารือส่วนใหญ่ระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านและกาตาร์ พูดถึงประเด็นเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ และคลังแร่ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงของอิหร่าน ด้านผู้ว่าการธนาคารกลางอิหร่านเข้าร่วมการหารือดังกล่าวด้วยเพื่อพูดคุยถึงการเข้าถึงสินทรัพย์ของอิหร่านที่ยังถูกอายัดอยู่ในเวลานี้ ซึ่งจะเป็นเนื้อหาหนึ่งของข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่าน

ในช่วงที่ผ่านมา ทั้งสองประเทศออกมาบอกว่าการเจรจาสันติภาพมีความคืบหน้าที่ดี ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐโพสต์บนทรูธโซเชียลในวันเดียวกันว่า การเจรจากับอิหร่านกำลังเป็นไปด้วยดี แต่เตือนว่าสหรัฐจะโจมตีอิหร่านอีกหากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงที่ดีร่วมกันได้ ด้านนายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่าสหรัฐจะใช้ช่องทางการทูตทั้งหมด ก่อนที่จะพิจารณาว่าจใช้แนวทางอื่นกับอิหร่านต่อไป

นายอิสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่านระบุว่า จะมีการเจรจาประเด็นนิวเคลียร์จะมีขึ้นก็ต่อเมื่อมีการตกลงกรอบความร่วมมือเพื่อยุติสงครามได้เสียก่อน และร่างข้อตกลงไม่ได้พูดถึงรายละเอียดเกี่ยวกับการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ โดยจุดยืนของอิหร่านในเรื่องนี้คืออิหร่านจะไม่เก็บเงินค่าผ่านทางในช่องแคบ แต่จะเก็บค่าบริการอื่นๆ เช่น การนำทางเรือผ่านช่องแคบ และมาตรการเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวปฏิบัติที่ได้ตกลงกับประเทศโอมาน

Advertisement

หนังสือพิมพ์นิคเคอิของญี่ปุ่นรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวเป็นนักการทูตตะวันออกกลางว่า สหรัฐและอิหร่านกำลังพูดคุยเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นเวลา 30 วัน หลังบรรลุข้อตกลงยุติสงคราม โดยอิหร่านจะเก็บกู้ทุ่นระเบิดเป็นเวลา 30 วัน ซึ่งในเวลานั้นเรือจากทุกสัญชาติจะสามารถผ่านช่องแคบได้อย่างปลอดภัยและอิสระ

ถึงแม้ว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่านดูเหมือนจะมีความคืบหน้า แต่ก็มีรายงานว่าสหรัฐเปิดฉากโจมตีอิหร่านอีกครั้งในวันที่ 25 พฤษภาคม โดยพุ่งเป้าไปที่ฐานทัพเรือของอิหร่านและเครื่องยิงขีปนาวุธที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศ โดยอ้างว่าเป็นการป้องกันตัวจากภัยคุกคามของกองทัพอิหร่านต่อทหารสหรัฐในภูมิภาค

ทรัมป์ยังออกมาเรียกร้องให้ประเทศรัฐอาหรับในตะวันออกกลางเข้าร่วมข้อตกลงอับราฮัมที่มุ่งกระชับความสัมพันธ์ระหว่างชาติอาหรับกับอิสราเอลมากขึ้น โดยบอกว่าซาอุดีอาระเบียและกาตาร์ควรลงร่วมข้อตกลงดังกล่าวทันที ส่วนปากีสถาน อียิปต์ จอร์แดน และตุรกีก็ควรเข้าร่วมด้วยเช่นกัน ความคืบหน้าล่าสุดทำให้แหล่งข่าวปากีสถานคนหนึ่งระบุว่าท่าทีของทรัมป์สะท้อนถึงความพยายามในการใช้วิธีการทูตกับอิหร่านเพื่อผลักดันให้ประเทศต่างๆ เข้าร่วมเป็นสมาชิกข้อตกลงอับราฮัม แต่ทั้งสองประเทศไม่มีความเชื่อมโยงกันเลย

อาลี แวซ ผู้อำนวยการด้านโครงการอิหร่านของ International Crisis Group ให้ความเห็นว่า ทรัมป์พยายามขายแนวคิดของข้อตกลงกับอิหร่านว่าเป็นภายต่อของข้อตกลงอับราฮัม “แต่นี่เป็นเพียงการขายฝันอีกครั้ง จากการบีบบังคับให้อิหร่านยอมจำนนไปจนถึงพยายามใช้ข้อตกลงที่ไม่แน่นอนนี้เพื่อจัดระเบียบในตะวันออกกลาง” แวซกล่าว