สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานว่า เหตุการณ์ที่มีผู้ขับรถตู้ไล่ชนคนเดินถนน ก่อนที่จะมีผู้ก่อเหตุ 3 คน ไล่แทงผู้ที่เดินผ่านไปมาแบบไม่เลือกหน้า ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตล่าสุดอย่างน้อย 7 รายแล้ว บาดเจ็บอีก 48 คน ที่เจ้าหน้าที่ทางการอังกฤษระบุว่าเป็น “การก่อการร้าย” บริเวณย่านท่องเที่ยวกลางคืนยอดนิยมใจกลางกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษเมื่อคืนวันที่ 3 มิถุนายน ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะยิงสังหารผู้ก่อเหตุทั้ง 3 รายเสียชีวิต
มาร์ค โรว์ลีย์ หัวหน้าหน่วยต่อต้านการก่อการร้ายและรักษาการรองผู้บังคับการตำรวจนครบาลกรุงลอนดอนหรือสก็อตแลนด์ยาร์ด เปิดเผยว่าผู้ก่อเหตุได้บุกเข้าไปยังบาร์หลายแห่งบริเวณรอบสะพานลอนดอนบริดจ์ โดยทั้ง 3 รายสวมใส่สิ่งที่ดูเหมือนว่าจะเป็นเสื้อกั๊กที่มีระเบิดผูกติดไว้ซึ่งปรากฏว่าเป็นของปลอม
“เราเชื่อว่ามีผู้เสียชีวิต 7 ราย ไม่นับผู้ก่อเหตุ 3 ราย ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงเสียชีวิต ในเหตุการณ์ที่ถือว่าเป็นการก่อการร้าย” โรว์ลีย์กล่าว

ข่าวระบุว่า สำนักงานบริการรถพยาบาลกรุงลอนดอนได้ส่งตัวผู้บาดเจ็บ 48 คนกระจายไปตามโรงพยาบาลต่างๆ ในพื้นที่ใกล้เคียง โดย 1 ในผู้บาดเจ็บมีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับแจ้งเหตุและเดินทางถึงที่เกิดเหตุเป็นรายแรกและถูกแทงเข้าที่ขาและที่หน้าด้วย
ด้านบีบีซีรายงานโดยอ้างปากคำของพยานผู้เห็นเหตุการณ์รายหนึ่งชื่อเจอรัลด์ระบุว่า พวกเขาไล่แทงทุกคน ไม่เว้นแม้กระทั่งเด็กหญิง และตะโกนว่า “นี่เพื่ออัลเลาะห์” ขณะที่พยานอีกคนที่บอกเพียงว่าชื่อเอริคระบุว่า เห็นชาย 3 คนลงมาจากรถตู้สีขาวหลังจากรถพุ่งเข้าชนคนเดินเท้า โดยในตอนแรกคิดว่าพวกเขาลงมาเพื่อพยายามจะช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ แต่แทนที่จะเป็นเช่นนั้น ทั้ง 3 กลับเตะและต่อยผู้บาดเจ็บ หลังจากนั้นก็ควักมีดออกมา เหตุการณ์กลายเป็นความบ้าคลั่ง โดยพยานรายนี้เปิดเผยด้วยว่าได้ยินเสียงผู้ก่อเหตุตะโกนว่า “นี่เพื่ออัลเลาะห์”
ทางการฝรั่งเศสเปิดเผยว่า มีพลเมืองของตน 4 คนได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้โดย 1 รายอาการสาหัส โดยประธานาธิบดีเอ็มมานูแอล มาครง ของฝรั่งเศส ระบุว่าประเทศของเขา ที่ประสบปัญหาตกเป็นเป้าของการก่อการร้ายระลอกแล้วระลอกเล่าเช่นกัน “ยืนอยู่เคียงข้างอังกฤษมากกว่าครั้งไหนๆ ที่ผ่านมา”

ตำรวจระบุว่า ชายผู้ก่อเหตุ 3 คน ถูกทีมตอบสนองเหตุการณ์ฉุกเฉินติดอาวุธยิงสังหารภายใน 8 นาทีหลังได้รับแจ้งเหตุครั้งแรกเมื่อเวลา 22.08 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ตรงกับ 04.08 น.ของวันที่ 4 มิถุนายนในไทย)
เหตุโจมตีครั้งนี้มีขึ้นไม่กี่นาทีหลังฟุตบอลแชมเปียนส์ลีกนัดชิงชนะเลิศระหว่างเรอัล มาดริดกับยูเวนตุสจบลง ในย่านที่เต็มไปด้วยบาร์ซึ่งบรรดาแฟนบอลต่างมานั่งดื่มและชมฟุตบอลอย่างหนาแน่น
ทั้งนี้ อังกฤษเพิ่งจะอยู่ในช่วงระมัดระวังภัยสูงสุดมา 12 วันหลังเหตุการณ์ระเบิดฆ่าตัวตายที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 22 รายในคอนเสิร์ตที่เมืองแมนเชสเตอร์ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ และก่อนหน้าการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 8 มิถุนายนที่ประเด็นความมั่นคงเป็นเรื่องหลักสำคัญในการหาเสียงครั้งนี้
ด้านพรรคอนุรักษนิยมที่เป็นพรรครัฐบาลอังกฤษเปิดเผยว่า “ทางพรรคจะไม่รณรงค์หาเสียงในวันนี้ เราจะทบทวนเหตุการณ์ในขณะที่รายละเอียดที่ออกมาเริ่มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เราขอร่วมแสดงความเสียใจกับผู้ที่ประสบเหตุการณ์น่าสะพรึงขวัญครั้งนี้”
ทั้งนี้ นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษจะเป็นประธานในการประชุมคณะรัฐมนตรีในสถานการณ์ฉุกเฉินในช่วงเช้าวันที่ 6 มิถุนายน ตามเวลาท้องถิ่น
นางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ได้แสดงออกในทิศทางเดียวกับนายมาครง โดยระบุว่า ประเทศของเธอยืนอยู่ข้างเดียวกับอังกฤษอย่างแน่วแน่ในเรื่องนี้

ด้านนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐทวีตข้อความระบุว่า “เราอยู่กับคุณ ขอให้พระเจ้าคุ้มครอง” พร้อมระบุให้เห็นถึงคำสั่งห้ามนักท่องเที่ยวจากประเทศมุสลิม 6 ชาติเข้าสหรัฐของเขา
ขณะที่นายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ประณามการก่อการร้ายครั้งนี้และแสดงความเสียใจร่วมกับประชาชนชาวอังกฤษ ส่วนอารีอานา แกรนเด นักร้องเพลงป็อปสาวที่คอนเสิร์ตในเมืองแมนเชสเตอร์ของเธอเพิ่งจะตกเป็นเป้าก่อการร้ายล่าสุดทวีตข้อความว่า “สวดภาวนาให้ลอนดอน”
ข่าวระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนภาพอันน่าเจ็บปวดของเหตุก่อการร้ายที่เกิดขึ้นบนสะพานเวสต์มินสเตอร์บริดจ์กลางกรุงลอนดอน เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ที่นายคาลิด มาซูด ชาวอังกฤษที่เปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลามขับรถไล่ชนผู้คนเดินเท้าบนสะพานก่อนที่จะชนเข้ากับกำแพงของอาคารรัฐสภา จากนั้นก็คว้ามีดออกมาแทงตำรวจสภาเสียชีวิตก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่อารักขาความปลอดภัยของรัฐมนตรียิงเสียชีวิต

