‘สีหศักดิ์’ เผยไทยได้มือกม.ทำหน้าที่ประนอมตามกลไก UNCLOS จ่อแจงข้อเท็จจริงคณะทูต
เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ออกแถลง 16 ภาษา แสดงจุดยืนของประเทศไทยต่อการแก้ไขประเด็นพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องต่อประชาคมระหว่างประเทศ โดยระบุว่า ไทยยึดมั่นกฎหมายระหว่างประเทศ การแก้ไขข้อพิพาทด้วยสันติวิธี และความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศเพื่อนบ้านมาโดยตลอด ประเด็นพื้นที่อ้างสิทธิทางทะเลทับซ้อน เป็นเรื่องละเอียดอ่อน มีความสำคัญต่อผลประโยชน์ของทั้ง 2 ประเทศ การเจรจาและการหารือโดยตรงระหว่าง 2 ฝ่ายด้วยความสุจริตใจ บนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกัน และผลประโยชน์ร่วมกัน เป็นแนวทางที่สร้างสรรค์และเหมาะสมที่สุด
“ไทยยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างไทยกับกัมพูชา MOU 2544 เนื่องจากไม่สอดคล้องกับบริบทใหม่ ไม่คืบหน้า ไทยมีเจตนาเริ่มต้นการหารือแบบใหม่ระหว่างกันบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ และหลักการอนุสัญญา UNCLOS ย้ำว่าทั้ง 2 ฝ่าย ควรให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วม และข้อตกลงระหว่างกันอย่างเคร่งครัด ลดความตึงเครียด หลีกเลี่ยงการยั่วยุ งดเผยแพร่ข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด และเสริมสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน เป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการหารือและการแก้ปัญหาในระยะยาว ไทยพร้อมดำเนินการผ่านทุกช่องทางที่สันติและสร้างสรรค์ เพื่อรักษาผลประโยชน์แห่งชาติ ควบคู่กับการส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และความร่วมมือในภูมิภาค
พล.ต.วิทัย ลายถมยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย กล่าวประณาม เพจ “ดึกดำบรรพ์” ที่เผยแพร่ข้อความและภาพเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า นำเสนอข้อมูลไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่หน่วยงานชี้แจงต่อสาธารณชนมาโดยตลอด
“ขอประณามการกระทำดังกล่าว โดยเฉพาะหากใช้ AI ดัดแปลง ตัดต่อ หรือลบองค์ประกอบสำคัญของภาพจากสภาพพื้นที่จริง ทำให้ข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลง บิดเบือนข้อมูลสาธารณะ สร้างความเข้าใจผิดต่อประชาชน และอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อหน่วยงานของรัฐ ประโยชน์สาธารณะ และความมั่นคงของประเทศ ขอให้เพจและผู้เกี่ยวข้องแก้ไข ชี้แจง และยุติการเผยแพร่ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนทันที หากเพิกเฉย จะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องอย่างถึงที่สุด” พล.ต.วิทัย กล่าว
วันเดียวกัน ที่กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ให้สัมภาษณ์หลังพบหารือกับคณะที่ปรึกษาด้านกฎหมายของไทย ณ ทำเนียบเอกอัครราชทูตไทยในกรุงปารีส ว่า ในโอกาสที่ร่วมประชุมคณะมนตรีขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาระดับรัฐมนตรี OECD Ministerial Council Meeting 2026 (MCM) ครั้งนี้ ยังได้เริ่มกระบวนการเตรียมตัวของไทย เพื่อเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับ โดยตนหารือกับคณะผู้เชี่ยวชาญกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นชาวฝรั่งเศส และชาวอังกฤษ ทุกคนเป็นผู้มีประสบการณ์ เป็นที่ยอมรับในเวทีกฎหมายระหว่างประเทศ เคยให้คำปรึกษา เคยว่าความในคดีสำคัญในเรื่องของกฎหมายระหว่างประเทศ ในศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) มาแล้ว เพราะฉะนั้น มีความมั่นใจในข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญ
“ครั้งนี้ได้พูดคุยกันเกือบทุกมิติ เรื่องกรอบเวลาภายใต้การประนอมภาคบังคับ ใครเป็นผู้ประนอมฝั่งไทย แต่ละฝ่ายจะเสนอผู้ประนอมประเทศละ 2 คน มีประธานที่เป็นกลาง เรื่องตารางเวลา ที่ผ่านมาใช้เวลา 1 ปีเป็นอย่างน้อย และอาจยาวนานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของคดี สำหรับคณะประนอม 2 คน มีชื่อแล้ว แต่ขอไม่พูดถึงตัวบุคคล ดูที่ความเชี่ยวชาญ เคยผ่านเวทีเช่นนี้มาแล้ว ที่สำคัญ มีความเป็นกลาง ผู้เชี่ยวชาญที่เลือกมาทุกคน ผมมีความมั่นใจ” นายสีหศักดิ์ กล่าว
รัฐมนตรีว่าการ กต.กล่าวว่า วันที่ 5 มิถุนายนนี้ เมื่อถึงประเทศไทย จะรายงานนายกรัฐมนตรีรับทราบการดำเนินการทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชา เพื่อให้นายกฯ มอบหมายผู้เป็นหัวหน้าคณะประนอมฝ่ายไทย ในส่วนของกัมพูชา คือ นายปรัก สุคน รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการ กต.กัมพูชา ส่วนกระบวนการหลังมีชื่อแล้ว ต้องแจ้งเลขาธิการสหประชาชาติทราบ หลังกัมพูชาประกาศจะดำเนินการตามกระบวนการประนอมภาคบังคับ ตนได้แสดงท่าทีของฝ่ายไทย เผยแพร่เป็นข่าวสารนิเทศ จะส่งให้สหประชาชาติรับทราบด้วย จากนั้นช่วงบ่าย จะบรรยายสรุปข้อเท็จจริงต่อคณะทูตประเทศต่างๆในไทย
“จากการพบปะ ที่ปรึกษาประธานาธิบดีสาธารณรัฐฝรั่งเศสอยากทราบสถานะความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ได้ยืนยันไปว่า ไม่ว่ากัมพูชาจะกล่าวหาไทยอย่างไร สิ่งที่เราชัดเจนคือ มุ่งเดินหน้าความสัมพันธ์ ปัญหาทั้งหลายไม่สามารถแก้ไขได้โดยง่าย ต้องสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกันและสร้างบรรยากาศที่ดี เราไม่ปฏิเสธการประนอมภาคบังคับ แต่ทำไมไม่ลองคุยกันก่อน เพราะการประนอมภาคบังคับใช้เวลานาน ฝ่ายกัมพูชาเข้าใจเจตนาของไทย พูดเรื่องการปรับความสัมพันธ์ แต่พูดโจมตีเราในเวทีระหว่างประเทศทุกเวที ผมเบื่อตอบโต้ เพราะอยากพูดในสิ่งที่มองไปข้างหน้า” นายสีหศักดิ์ กล่าว

