‘เซเลนสกี’ ส่งจดหมายเสนอ ‘ปูติน’ พบปะตัวต่อตัวยุติสงคราม
มอสโกไทม์รายงานว่า เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกีของยูเครน เสนอผ่านจดหมายเปิดผนึกให้มีการพบปะตัวต่อตัวกับ ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูตินของรัสเซีย โดยระบุว่า “ยูเครนเสนอที่จะยุติสงครามครั้งนี้ผ่านการเจรจาโดยตรงระหว่างผมกับคุณ ขอเสนอให้มีการกำหนดวันพบกันอย่างชัดเจน โดยยูเครนพร้อมที่จะหยุดยิงอย่างสมบูรณ์ตลอดระยะเวลาของการเจรจา”
ขณะที่ดมีตรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซียกล่าวว่า ปูตินยังไม่ได้เห็นจดหมายดังกล่าว ทว่า เซเลนสกีสามารถเดินทางมาพบปูตินที่กรุงมอสโกได้ทุกเมื่อ ซึ่งที่ผ่านมา เซเลนสกีเรียกร้องให้มีการพบปะกับปูตินหลายครั้ง โดยระบุว่าการเจรจาแบบเผชิญหน้ากันเท่านั้นที่จะนำไปสู่ข้อตกลงในเรื่องดินแดนได้
เซเลนสกีเปิดเผยจดหมายดังกล่าวหนึ่งวันหลังจากที่ยูเครนยิงโดรนโจมตีนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ซึ่งเป็นบ้านเกิดของปูตินและเป็นสถานที่จัดงาน St. Petersburg International Economic Forum ในสัปดาห์นี้ด้วย อีกทั้ง ปูตินเคยยอมรับก่อนหน้านี้ว่า รัสเซียจำเป็นต้องเสริมความแข็งแกร่งด้านระบบป้องกันภัยทางอากาศจากการโจมตีของยูเครนที่เกิดขึ้นหลายครั้ง
อย่างไรก็ตาม ระหว่างการให้สัมภาษณ์ไม่นานก่อนที่เซเลนสกีจะเผยแพร่จดหมายดังกล่าว ปูตินยกหยิบประเด็นความชอบธรรมของการดำรงตำแหน่งของเซเลนสกี เนื่องจากวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปีของเขาสิ้นสุดลงในปี 2024 กระนั้นก็ดี ภายใต้กฎอัยการศึกของยูเครน ห้ามมีการจัดการเลือกตั้งในช่วงสงคราม โดยเซเลนสกีกล่าวว่า พร้อมจัดการเลือกตั้งหรือการลงประชามติเกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพฉบับสุดท้าย หากการหยุดยิงอย่างสมบูรณ์เกิดขึ้นก่อน
ด้านปูตินเคยกล่าวว่า จะพบกับเซเลนสกีก็ต่อเมื่อมีข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันแล้ว และการพบกันนั้นจะเป็นเพียงเพื่อสรุปหรือรับรองข้อตกลงนี้เท่านั้น พร้อมกับปฏิเสธข้อเรียกร้องให้มีการพบปะกันก่อนที่จะบรรลุข้อตกลง
ซินหัวรายงานเพิ่มเติมว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ กล่าวต่อกรณีนี้ว่า สหรัฐยินดีต่อความเป็นไปได้ที่จะมีการเจรจาโดยตรงระหว่างประธานาธิบดียูเครนและประธานาธิบดีรัสเซีย พร้อมเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายยอมประนีประนอมเพื่อยุติความขัดแย้งที่ดำเนินมายาวนานหลายปี
“ผมยินดีที่พวกเขาอาจกำลังหารือเรื่องการพบปะกัน ซึ่งจะเป็นเรื่องที่ดีมากและพวกเขาควรทำเช่นนั้นเพื่อจบปัญหานี้ให้ได้ ทั้งสองฝ่ายต้องยอมประนีประนอม โดยผมได้เสนอแนวทางประนีประนอมเหล่านั้นไปแล้ว และสหรัฐมีส่วนร่วมในเรื่องนี้อย่างมาก” ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบขาว
ทั้งนี้ ทรัมป์ปฏิเสธที่จะเปิดเผยว่าผู้นำทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะยอมอ่อนข้อในประเด็นใดบ้าง เพื่อให้สามารถบรรลุข้อตกลงยุติความขัดแย้งได้

