เมินใส่! ปูติน ลั่น ไม่มีประโยชน์ พบหน้า เซเลนสกี หลังอีกฝ่ายส่งจม.เปิดผนึก ขอคุยตัวต่อตัว
ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย กล่าวว่า เขาไม่เห็นประโยชน์ใดๆ ที่จะพบปะกับนายโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน หลังจากเซเลนสกีส่งจดหมายเปิดผนึกถึงปูตินเมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งมีใจความระบุขอพบปะพูดคุยกันโดยตรงกับผู้นำรัสเซีย เพื่อยุติสงครามระหว่างสองประเทศที่ยืดเยื้อมานานกว่า 4 ปีแล้ว อีกทั้งยังขอให้มีการหยุดยิงในระหว่างการเจรจา ซึ่งในจดหมายผู้นำยูเครนถูกระบุว่ายังใช้ถ้อยคำที่ท้าทายและเหมือนเยาะเย้ยในบางครั้ง
ปูตินเรียกจดหมายเปิดผนึกฉบับนี้ว่า “หยาบคาย” และปฏิเสธคำขอพบของเซเลนสกี โดยย้ำจุดยืนของตนเองว่าการเจรจาสันติภาพควรมาก่อนการหยุดยิงใดๆ
“ผมยังไม่เห็นประโยชน์อะไรในตอนนี้ มันเป็นวิธีการสร้างเงื่อนไขสำหรับการพบปะแบบเจอหน้ากัน หรือเป็นวิธีที่จะหลีกเลี่ยงการพบปะแบบเห็นหน้ากัน? ผมคิดว่าเป็นอย่างหลัง” ปูตินกล่าว เมื่อถูกถามว่าเขาจะรับข้อเสนอของเซเลนสกีหรือไม่ ในระหว่างปูตินกำลังเข้าร่วมในเวทีการประชุมเศรษฐกิจระหว่างประเทศเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก(SPIEF) ประจำปี ที่นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กของรัสเซียเมื่อวันศุกร์(5 มิ.ย.)
ปูตินยังย้ำจุดยืนของตนเองว่า การหยุดยิงจะช่วยให้ยูเครนตั้งหลักใหม่ได้เท่านั้น ในขณะที่ข้อเรียกร้องที่รัสเซียต้องการยังคงไม่ได้รับการตอบสนอง
“ประเด็นเดียวคือฝ่ายยูเครนต้องยุติการขัดขวางการรุกคืบของกองกำลังของเรา แต่เราต้องการข้อตกลงที่มีผลในระยะยาว ไม่ใช่เพียง 6 เดือน หรือ 3 เดือน” ปูตินกล่าว และว่า เขาจะยุติสงครามก็ต่อเมื่อรัสเซียบรรลุเป้าหมายแล้ว
บีบีซีรายงานว่า หลังจากได้ยินคำตอบของปูติน ฝ่ายเซเลนสกีได้ออกมาโต้ว่า รัสเซียกำลังเลือกสงครามอีกครั้ง
“เขาไม่ต้องการยุติสงคราม ผมคิดว่าหลายคนทั่วโลกผิดหวังกับคำตอบนี้” เซเลนสกีโพสต์ลงเทเลแกรม
ทั้งนี้ จุดยืนของรัสเซียที่ยืนยันมาโดยตลอดคือยูเครนควรถอนตัวออกจากภูมิภาคโดเนตสก์ ลูฮันสก์ เคอร์ซอน และซาโปริชเซีย รวมถึงละทิ้งความพยายามที่จะเข้าร่วมนาโต
แต่ยูเครนปฏิเสธที่จะยกดินแดนใดๆ ให้โดยอ้างว่าการยอมอ่อนข้อจะยิ่งทำให้มอสโกกล้าที่จะรุกรานยูเครนอีกในอนาคต โดยการทำสงครามรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบครั้งล่าสุดนี้เกิดขึ้น 8 ปี หลังจากที่มอสโกผนวกคาบสมุทรไครเมียเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย

