สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ธนาคารโลกหรือเวิลด์แบงก์ เปิดเผยเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ว่าเศรษฐกิจโลกจะมีอัตราการขยายตัวที่แข็งแกร่งในปีนี้ ท่ามกลางการกระเตื้องขึ้นของการค้าโลกและผลงานที่ดีขึ้นของประเทศตลาดเกิดใหม่ขนาดใหญ่ แต่ความเสี่ยงหลักอาจยังเป็นภัยคุกคามภาพรวมทั้งหมด
การกีดกันทางการค้าที่เพิ่มขึ้นและความไม่แน่นอนทางนโยบาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งของสหรัฐอเมริกา ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวังอย่างมากสำหรับภาพรวมทางเศรษฐกิจ
นับเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปีที่รายงาน “การคาดการณ์เศรษฐกิจโลก” ฉบับล่าสุดของธนาคารโลกไม่มีการปรับลดประมาณการเติบโตของเศรษฐกิจโลกแม้ว่าจะมีปัญหาใหม่ปรากฏขึ้นมา
รายงานระบุว่า “แม้จะมีความไม่แน่นอนทางนโยบายอย่างมาก” แต่ยังคาดว่าเศรษฐกิจโลกจะโตได้ 2.7 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2560 และเพิ่มขึ้นเป็น 2.9 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2561 และ 2562
“การเติบโตของเศรษฐกิจโลกยังมั่นคงส่งผลให้ความมั่นใจเพิ่มขึ้นด้วย” รายงานระบุ “การฟื้นตัวของกิจกรรมทางด้านอุตสาหกรรมสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของปริมาณการค้าโลก หลังช่วงเวลา 2 ปีที่เห็นได้ชัดเจนว่ามีความอ่อนแอ” โดยประเทศตลาดเกิดใหม่ที่ใหญ่ที่สุด 7 แห่ง นั่นคือจีน บราซิล เม็กซิโก อินเดีย อินโดนีเซีย ตุรกี และรัสเซียยังคงเป็นกลจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก
โดยรวมแล้ว กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศเศรษฐกิจกำลังพัฒนา คาดว่าจะมีอัตราเติบโต 4.1 เปอร์เซ็นต์ในปีนี้ นำโดยอินเดียที่คาดว่าจะโต 7.1 เปอร์เซ็นต์ ตามด้วยจีนที่ 6.5 เปอร์เซ็นต์ ขณะเดียวกัน คาดว่ารัสเซียและบราซิลจะกลับมาเติบโตได้หลังจากที่เศรษฐกิจหดตัวมา 2 ปี
ด้านกลุ่มประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้วจะยังคงเดินหน้าเติบโตด้วยอัตราพอประมาณต่อไป โดยสหรัฐคาดว่าจะโต 2.1 เปอร์เซ็นต์ในปีนี้ กลุ่มประเทศผู้ใช้เงินสกุลยูโร (ยูโรโซน) โต 1.7 เปอร์เซ็นต์ และญี่ปุ่นโต 1.5 เปอร์เซ็นต์
อย่างไรก็ตาม ธนาคารโลกเตือนว่า ยังมีความเสียงในระดับที่มากอย่างมีนัยยะสำคัญอยู่ ทั้ง “การกีดกันทางการค้าที่เพิ่มมากขึ้น ความไม่แน่นอนทางนโยบาย ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และความอลหม่านของตลาดการเงินที่อาจทำให้การฟื้นตัวที่เพิ่งจะเริ่มหยุดชะงักได้”

