ฮุน มาเนต ยันข้อตกลงหยุดยิงไทยยังมีผล แม้เปราะบาง ย้ำคำมั่นมุ่งสู่สันติภาพที่ยั่งยืน
ไชน่าเดลี่รายงานว่า นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวในเวทีการประชุมอาเซียนฟิวเจอร์ฟอรั่ม ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ว่า ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกัมพูชาและไทยยังคงมีผลบังคับใช้ ทว่ามีความเปราะบาง พร้อมเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายดำเนินการตามแถลงการณ์ร่วมเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 อย่างเต็มที่ มีประสิทธิภาพ และเร่งด่วน
ฮุน มาเนต กล่าวอีกว่า อธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนจะต้องไม่ถูกเปลี่ยนแปลงด้วยกำลังหรือการบีบบังคับ พร้อมยืนยันคำมั่นของทั้งสองฝ่ายในการเปลี่ยนข้อตกลงหยุดยิงที่มีอยู่ให้กลายเป็นสันติภาพที่ยั่งยืน
ด้านสำนักข่าว vietnamnews ได้รายงานคำกล่าวของผู้นำอาเซียนรวมถึงนายฮุน มาเนต ที่ระบุว่า ความสำเร็จของอาเซียนตลอดระยะเวลากว่า 50 ปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงคุณค่าของการเจรจา การสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน การเคารพในอธิปไตย การไม่แทรกแซงกิจการภายใน และการระงับพิพาทด้วยสันติวิธี
ฮุน มาเนต กล่าวว่า จากภูมิภาคที่ครั้งหนึ่งเคยแต่กแยกด้วยความขัดแย้ง ความแตกต่างทางอุดมการณ์ และความไม่ไว้วางใจกัน อาเซียนได้พัฒนามาเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีเสถียรภาพและมีพลวัตมากที่สุดในโลก พร้อมเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกเดินหน้าส่งเสริมความร่วมมือให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพื่อรับมือกับความท้าทายรูปแบบใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น
ผู้นำกัมพูชายืนยันอีกครั้งถึงความมุ่งมันของกัมพูชาในการรับมือกับปัญหาภัยคุกคามข้ามชาติ รวมถึงเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ การค้ายาเสพติด การค้ามนุษย์ และความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม พร้อมย้ำการสนับสนุนการดำเนินการตามปฏิญญาว่าด้วยแนวปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้ (DOC) อย่างเต็มรูปแบบ และการเร่งการเจรจาเพื่อจัดทำแนวปฏิบัติในทะเลจีนใต้ (COC) ที่มีประสิทธิผลและมีเนื้อหาสาระอย่างแท้จริงให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
ในด้านเศรษฐกิจ ฮุน มาเนต กล่าวว่า การสร้างเศรษฐกิจอาเซียนที่มีความแข็งแกร่ง ยืดหยุ่น และเชื่อมโยงถึงกันอย่างใกล้ชิด ถือเป็นความจำเป็นเชิงยุทธศาสตร์ เพราะไม่มีประเทศใดสามารถตอบสนองความต้องการด้านการพัฒนาทั้งหมดของตนเองได้เพียงลำพัง ในโลกที่แต่ละประเทศพึ่งพาอาศัยกันซึ่งกันและกันมากขึ้นเรื่อยๆ
ผู้นำกัมพูชายังเรียกร้องให้มีการสนับสนุนที่มากขึ้นต่อการค้าเสรีและการลงทุน ส่งเสริมการบูรณาการระดับภูมิภาคให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และเพิ่มขีดความสามารถด้านนวัตกรรม
ฮุน มาเนต ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการให้ความสำคัญกับประชาชน เป็นศูนย์กลางของการสร้างประชาคมอาเซียน ผ่านการลงทุนด้านการศึกษา การพัฒนาทักษะ และการเสริมสร้างศักยภาพเยาวชน ควบคู่ไปกับความร่วมมือที่เข้มแข็งยิ่งขึ้นในเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การจัดการภัยพิบัติ และสาธารณสุข
“สันติภาพคือเงื่อนไขเบื้องต้นของการพัฒนา ขณะที่ความมั่งคั่งและความเจริญรุ่งเรืองคือเป้าหมายสูงสุดของการสร้างประชาคมอาเซียน” ฮุน มาเนตกล่าว

