ฮุน มาเนต ถกรองเลขาฯ UN ยันยึดสันติวิธี แก้ปัญหาชายแดนกัมพูชา-ไทย
สำนักข่าวเฟรชนิวส์ของกัมพูชารายงานว่า นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ให้การต้อนรับ อิซูมิ นากามิตสึ รองเลขาธิการสหประชาชาติ และได้หารือกันระหว่างการเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ที่กรุงฮานอย โดยระหว่างการหารือ นายกรัฐมนตรีกัมพูชาได้ชี้แจงกับรองเลขาธิการสหประชาชาติเกี่ยวกับพัฒนาการล่าสุดของสถานการณ์ชายแดนกัมพูชา-ไทย พร้อมยืนยันอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นของกัมพูชาในการแก้ไขปัญหาชายแดนด้วยสันติวิธี โดยยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงอนุสัญญา สนธิสัญญา และข้อตกลงต่างๆ ที่มีอยู่ระหว่างกัมพูชาและไทย
ขณะที่หัวข้อหลักที่ทั้งสองฝ่ายได้หารือกันมุ่งเน้นไปที่ประเด็นการเก็บกู้และกำจัดทุ่นระเบิดในกัมพูชา โดยนากามิตสึชื่นชมความเชี่ยวชาญของกัมพูชาในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดและการกำจัดวัตถุระเบิดที่ยังไม่ทำงาน (UXO) ซึ่งหลงเหลือจากความขัดแย้งในอดีต โดยระบุว่างานด้านการเก็บกู้ทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดดังกล่าวต้องใช้ทั้งเวลาและทรัพยากรจำนวนมาก
รองเลขาธิการสหประชาชาติยังได้ชื่นชมศักยภาพและประสบการณ์ของกองกำลังกัมพูชาที่มีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในภารกิจรักษาสันติภาพของสหประชาชาติในหลายประเทศ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกัมพูชาในการส่งเสริมสันติภาพ และการแบ่งปันประสบการณ์อันมีค่ากับประชาคมระหว่างประเทศ
นากามิตสึยังได้รำลึกถึงประสบการณ์และภารกิจที่เคยปฏิบัติในกัมพูชาก่อนปี 2534 ซึ่งเธอมีส่วนช่วยอำนวยความสะดวกในการส่งผู้ลี้ภัยชาวกัมพูชากลับคืนสู่มาตุภูมิ
ด้านฮุน มาเนต กล่าวแสดงความขอบคุณและชื่นชมอย่างสูงต่อบทบาทของสหประชาชาติในกระบวนการสันติภาพและการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของกัมพูชา
นายกรัฐมนตรีกัมพูชายังได้แจ้งให้นากามิตสึรับทราบถึงความสำเร็จของกัมพูชาในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดที่ยังไม่ทำงาน ตลอดจนความสำเร็จในการเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอด “เสียมราฐ-นครวัด ว่าด้วยโลกปลอดทุ่นระเบิด” ภายใต้อนุสัญญาออตตาวา ซึ่งจัดขึ้นที่จังหวัดเสียมราฐในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2567
ในโอกาสนี้ ฮุน มาเนต ได้กล่าวถึงผลกระทบจากสงครามที่กัมพูชาเผชิญมาในอดีต และเน้นย้ำว่า สงครามไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ และท้ายที่สุดแล้ว มีเพียงการเจรจาและการธำรงรักษาสันติภาพเท่านั้นที่เป็นรากฐานสำคัญที่สุดในการคลี่คลายข้อพิพาทต่างๆ
ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติหลายเรื่อง โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขข้อพิพาทด้วยสันติวิธี ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติ

