เตหะรานประกาศชัย อิหร่าน-สหรัฐ ใกล้ปิดดีล น้ำมันโลกร่วงกว่า 3%
สหรัฐอเมริกาและอิหร่านส่งสัญญาณในวันที่ 12 มิถุนายน ว่า ข้อตกลงเพื่อยุติสงครามระหว่างกันใกล้จะบรรลุผลแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐเผยว่า ทั้งสองฝ่ายได้เห็นชอบต่อร่างข้อความของข้อตกลงแล้ว และสหรัฐคาดว่าจะสามารถลงนามในข้อตกลงเบื้องต้นได้ภายในไม่กี่วันข้างหน้า
นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงยังคงเกิดขึ้นได้ แต่ข้อตกลงเบื้องต้นดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าอิหร่านมีความเข้มแข็งขึ้นหลังสงคราม โดยเขากล่าวผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐว่า “อิหร่านคือผู้ชนะของสงครามกับสหรัฐ”
อารักชีกล่าวว่า อิหร่านและโอมานจะยังคงควบคุมการจราจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งก่อนสงครามเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติหนึ่งในห้าของโลก โดยยืนยันว่า “ดาบของเราจะยังคงแขวนอยู่เหนือช่องแคบฮอร์มุซเสมอ”
แหล่งข่าวจากหลายฝ่ายในการเจรจาระบุว่า บันทึกความเข้าใจที่เสนอมานั้นเรียกร้องให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐต่อท่าเรือของอิหร่าน การเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งเป็นเหตุผลที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ อ้างในการเริ่มสงคราม จะเกิดขึ้นหลังจากนั้น
เจ้าหน้าที่สหรัฐรายหนึ่งซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อกล่าวว่า ข้อตกลงดังกล่าวตรงกับเป้าหมายหลักของทรัมป์และทำให้การเจรจาอยู่ในจุดที่ดีมากๆ
รายงานเกี่ยวกับร่างข้อเสนอจากแหล่งข่าวตะวันตก ปากีสถาน และอิหร่าน ชี้ให้เห็นถึงเงื่อนไขที่อาจเอื้อประโยชน์ต่ออิหร่าน ทำให้ทรัมป์วิจารณ์และปฏิเสธรายงานเหล่านั้นว่าไม่ถูกต้อง
แม้ว่าจะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันเล็กน้อย แต่โดยรวมแล้วข้อเสนอดังกล่าวให้สิ่งที่เตหะรานต้องการเป็นอย่างมาก โดยดูเหมือนว่าทรัมป์จะได้รับเพียงการเปิดช่องแคบอีกครั้ง ซึ่งอิหร่านได้ทำการปิดฮอร์มุซ หลังจากการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอลในเดือนกุมภาพันธ์
รอยเตอร์อ้างช้อมูลจากหลายแหล่งข่าวว่า ภายใต้ข้อตกลง สหรัฐจะเริ่มทยอยปลดล็อกทรัพย์สินของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้เป็นมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ และผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน แลกกับการที่อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ
ส่วนโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านจะถูกนำมาหารือในช่วงเวลา 60 วันของการเจรจา โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐกล่าวว่า ข้อตกลงในท้ายที่สุดจะนำไปสู่การรื้อถอนโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน การทำลายและนำยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงออกจากประเทศ รวมถึงการจัดตั้งกลไกตรวจสอบเพื่อรับประกันการปฏิบัติตามข้อตกลงในระยะยาว
อย่างไรก็ดี อารักชีกล่าวผ่านโทรทัศน์ของรัฐว่า อิหร่านยังไม่ยอมรับแนวคิดการรื้อถอนโครงการนิวเคลียร์ และต้องการเก็บรักษายูเรเนียมดังกล่าวไว้ในรูปแบบที่ลดระดับความเข้มข้นลง
“สำหรับเตหะราน ทางออกที่ยอมรับได้เพียงทางเดียวสำหรับคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงของเรา คือการลดระดับความเข้มข้นของวัสดุนั้นลง” อารักชีกล่าว
แหล่งข่าวระบุเพิ่มเติมว่า ข้อเสนอเหล่านี้ยังรวมถึงการหารือเรื่องค่าชดเชยความเสียหายจากสงครามให้แก่อิหร่าน และการที่สหรัฐยกเลิกข้อเรียกร้องเดิมที่ต้องการจำกัดโครงการขีปนาวุธของอิหร่าน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สหรัฐโต้แย้งว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง
“อิหร่านจะยังไม่ได้รับเงินที่ถูกปลดล็อกจนกว่าจะปฏิบัติตามข้อตกลง ช่องแคบฮอร์มุซจะต้องเปิด และอิหร่านจะต้องไม่สนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย นี่คือสิ่งที่พวกเขาตกลงไว้ ข้อตกลงนี้ขึ้นอยู่กับผลการปฏิบัติจริง” เจ้าหน้าที่สหรัฐระบุ
แหล่งข่าวตะวันตกรายหนึ่งระบุว่า ข้อตกลงอาจได้รับการลงนามเร็วที่สุดในวันอาทิตย์ โดยมีรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ ของสหรัฐ และ นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาและหัวหน้าคณะเจรจาของอิหร่าน เป็นผู้ลงนาม โดยนครเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ ถูกมองว่าเป็นสถานที่ที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดที่จะจัดการลงนามครั้งนี้ แต่เจ้าหน้าที่สหรัฐกล่าวว่า แม้ยุโรปจะถูกพูดถึงในฐานะสถานที่จัดพิธีลงนาม แต่ยังไม่มีการตัดสินใจขั้นสุดท้าย
ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านกล่าวว่า ข้อตกลงจะมีการลงนามทางไกลก่อนที่จะมีการประกาศอย่างเป็นทางการ โดยข้อตกลงนี้จะรวมถึงการยุติสงครามในเลบานอน ซึ่งหมายความว่าอิสราเอลจะถอนตัวออกจากพื้นที่ที่ถูกยึดครอง
ด้านอิสราเอล ซึ่งเป็นผู้เริ่มสงครามกับสหรัฐไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเจรจาข้อตกลงดังกล่าว โดยนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล กล่าวว่า ประเทศของเขาไม่เป็นภาคีในข้อตกลงนี้
ทั้งนี้ มีรายงานว่า เนทันยาฮูได้ปะทะกับทรัมป์ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เกี่ยวกับข้อเรียกร้องของสหรัฐ ที่ให้อิสราเอลจำกัดการปฏิบัติการทางทหารในเลบานอน เพื่อให้วอชิงตันสามารถบรรลุข้อตกลงกับเตหะรานได้
รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอลกล่าวว่าอิสราเอลจะไม่ถอนกำลังทหารออกจากเลบานอน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิสราเอลกล่าวว่า อิสราเอลคาดว่าจะยังคงมีอิสระในการดำเนินการเพื่อตอบโต้ภัยคุกคามในพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของตน
ขณะเดียวกันมีรายงานว่า กองทัพสหรัฐได้ยิงสกัดโดรนโจมตีแบบพลีชีพของอิหร่านหลายลำที่กำลังมุ่งหน้าไปยังช่องแคบฮอร์มุซ โดยแหล่งข่าวซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อระบุว่า โดรนดังกล่าวเป็นภัยคุกคามต่อการเดินเรือพาณิชย์ ต่อมา กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ยืนยันปฏิบัติการดังกล่าว และระบุว่าช่องแคบฮอร์มุซยังคงเปิดให้เรือเดินทางผ่านได้ตามปกติ
ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวของอิหร่านรายงานว่าได้ยินเสียงระเบิดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซในพื้นที่ท่าเรือซีริกและเกาะเกชม์ของอิหร่าน โดยประชาชนและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นระบุว่าเป็นเสียงปืนจากกองกำลังอิหร่านที่ยิงเพื่อเตือนเรือซึ่งพยายามเดินทางผ่านช่องแคบโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกองทัพเรือของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC)
ข่าวดีเกี่ยวกับความเป็นไปในการปิดดีลระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับลดลงมากกว่า 3% โดยราคาน้ำมันเบรนท์ปิดตลาดที่ 87.33 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 3.37% หรือ 3.05 ดอลลาร์ ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสของสหรัฐ ปิดตลาดลดลง 3.23% หรือ 2.83 ดอลลาร์ ที่ 84.88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบสองเดือน



