สภาอุยกูร์โลก แถลงประณามตัดสินโทษประหารชีวิต 2 อุยกูร์ จี้นานาชาติกดดันไทย
เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน สภาอุยกูร์โลก ได้ออกแถลงการณ์ ประณามอย่างรุนแรงต่อการตัดสินโทษประหารชีวิตชาวอุยกูร์ 2 คนในประเทศไทย โดยระบุว่า จากการที่เมื่อวันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา ศาลอาญากรุงเทพใต้ มีคำพิพากษาว่า ชาวอุยกูร์ 2 คน มีความผิดฐานก่อเหตุระเบิดศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ เมื่อเดือนสิงหาคม 2558 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 20 คน และบาดเจ็บกว่า 120 คน โดยนายบิลาล โมฮัมเหม็ด และนาย ยูซูฟู เมียราลิลี ถูกควบคุมตัวนับตั้งแต่ถูกจับมาเป็นเวลากว่า 11 ปี และทั้งสองคนยังคงยืนยันว่าตัวเองบริสุทธิ์ และกล่าวว่า จะยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาและโทษประหารชีวิต
แถลงการณ์ ระบุว่า คดีนี้เต็มไปด้วยการละเมิดสิทธิในการได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรมซ้ำแล้วซ้ำอีก ซึ่งประเทศไทยมีพันธกรณีต้องปฏิบัติตามในฐานะภาคีของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) โดยชายทั้งสองถูกคุมขังในสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) อธิบายว่า เป็นการคุมขังโดยพลการ และกล่าวหาว่า ได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เหมาะสมจากทางการไทยตลอดระยะเวลาเกือบ 11 ปีของการดำเนินคดี ซึ่งส่วนหนึ่งของการพิจารณาคดี ดำเนินการในศาลทหารที่มีความโปร่งใสจำกัด และเป็นเวลาหลายปีที่จำเลยไม่ได้รับการจัดหาล่ามภาษาอุยกูร์ที่มีคุณภาพเพียงพอ
คณะกรรมาธิการนักนิติศาสตร์สากล รวมถึง องค์กรสิทธิมนุษยชนอื่นๆ ระบุว่า การสอบสวนและการพิจารณาคดี เต็มไปด้วยการละเมิดสิทธิมนุษยชน และเปิดเผยให้เห็นถึงความบกพร่องเชิงระบบในระบบยุติธรรมของประเทศไทย และกระบวนการพิจารณาคดีนั้น มีข้อบกพร่องมากจนควรจะปล่อยตัวจำเลยทั้งสอง
แถลงการณ์ ระบุว่า สภาอุยกูร์โลก ขอคัดค้านโทษประหารชีวิตทุกกรณี รวมถึงกรณีนี้ด้วย แม้ว่าผู้ที่รับผิดชอบต่อการกระทำรุนแรงจะต้องถูกลงโทษ แต่ความยุติธรรมไม่ควรมาพร้อมกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน พร้อมกับเรียกร้องให้กระบวนการอุทธรณ์ ดำเนินการอย่างโปร่งใสและสอดคล้องกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศอย่างเต็มที่ และการดำเนินการเพื่อรับผิดชอบ ควรเป็นไปในลักษณะที่เคารพสิทธิมนุษยชน กระบวนการยุติธรรม และหลักนิติธรรม
สภาอุยกูร์โลก ยังได้เรียกร้องให้รัฐบาลของประเทศต่างๆ รวมถึงสหรัฐอเมริกา แคนาดา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป และประเทศอื่นๆ กดดันประเทศไทย ให้ดำเนินการอุทธรณ์ตามมาตรฐานการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม ในระดับสากล พร้อมเรียกร้องให้ยกเลิกคำพิพากษาและปล่อยตัวจำเลย หากไม่สามารถพิสูจน์ความผิดของทั้งสองได้โดยปราศจากข้อสงสัย และหากคำพิพากษายังคงอยู่ ก็ควรลงโทษจำเลยด้วยโทษที่ไม่ใช่โทษประหารชีวิต

