ชาวสวิส 55% ปัดตก ประชามติคุมประชากรไม่เกิน 10 ล้าน หวั่นซ้ำรอยเบร็กซิท
ชาวสวิตเซอร์แลนด์ลงประชามติเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ปฏิเสธข้อเสนอที่จะให้มีการกำหนดเพดานจำนวนประชากรของประเทศไว้ที่ 10 ล้านคน โดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ความสำคัญกับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความสัมพันธ์กับสหภาพยุโรป (อียู) มากกว่าความกังวลว่า การอพยพเข้าประเทศจะสร้างแรงกดดันต่อบริการสาธารณะและผลักดันให้ค่าเช่าที่อยู่อาศัยสูงขึ้น
ผลนับคะแนนเบื้องต้นของการลงประชามติทั่วประเทศแสดงให้เห็นว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเกือบ 55% ลงคะแนนคัดค้านข้อเสนอดังกล่าว ขณะที่ประมาณ 45% ลงคะแนนสนับสนุน
การลงประชามติครั้งนี้ถูกนำไปเปรียบเทียบกับการลงประชามติเบร็กซิทของสหราชอาณาจักรเมื่อปี 2016 ที่ให้มีการแยกตัวออกจากอียู เนื่องจากภาคธุรกิจวิตกว่าหากข้อเสนอดังกล่าวผ่านความเห็นชอบ อาจนำไปสู่การยุติเสรีภาพในการเคลื่อนย้ายบุคคลเสรีระหว่างสวิตเซอร์แลนด์กับอียู
ข้อเสนอนี้ได้รับการผลักดันโดยพรรคประชาชนสวิส ซึ่งเป็นพรรคการเมืองฝ่ายขวา โดยกำหนดว่า จำนวนประชากรของสวิตเซอร์แลนด์ต้องไม่เกิน 10 ล้านคนก่อนปี 2050 และหากจำนวนประชากรสูงเกินระดับดังกล่าวต่อเนื่องเป็นเวลา 2 ปี สวิตเซอร์แลนด์จะต้องยุติข้อตกลงเคลื่อนย้ายบุคคลเสรีกับอียู
รัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์ได้รณรงค์ให้ประชาชนลงคะแนนคัดค้านข้อเสนอดังกล่าว ด้านนายบีต ยานส์ รัฐมนตรียุติธรรมสวิตเซอร์แลนด์ แสดงความยินดีต่อผลการลงประชามติดังกล่าว แต่ให้คำมั่นว่ารัฐบาลจะศึกษามาตรการเพิ่มเติมเพื่อตอบสนองต่อความกังวลของประชาชนในประเด็นที่อยู่อาศัยและการอพยพย้ายถิ่นฐาน พร้อมย้ำว่า การตัดสินใจของประชาชนในวันนี้ได้ส่งสัญญาณถึงเสถียรภาพ ความเปิดกว้าง และความน่าเชื่อถือของประเทศ
อูร์ส บีเอรี จากสถาบันสำรวจความคิดเห็น GFS Bern กล่าวว่า แม้ความกังวลเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของประชากรจะเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไปในสังคมสวิส แต่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมากกังวลว่าข้อเสนอนี้อาจส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์ระหว่างสวิตเซอร์แลนด์กับอียู รวมทั้งทำให้การสรรหาบุคลากรและแรงงานที่จำเป็น เช่น ผู้ดูแลผู้สูงอายุ เป็นเรื่องยากขึ้น
“นอกจากนี้ ยังมีความรู้สึกว่าภายใต้สภาพแวดล้อมระหว่างประเทศในปัจจุบัน การที่ประเทศขนาดเล็กๆ ดำเนินการในลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องที่สมเหตุสมผล” บีเอรีกล่าว
ปัจจุบัน สวิตเซอร์แลนด์มีประชากรประมาณ 9.1 ล้านคน และจำนวนประชากรเพิ่มขึ้นในอัตราที่รวดเร็วกว่าประเทศสมาชิกอียูโดยรอบมาก โดยชาวต่างชาติคิดเป็นเกือบ 28% ของประชากรทั้งหมด ขณะที่การคาดการณ์อย่างเป็นทางการระบุว่า จำนวนประชากรของสวิสเซอร์แลนด์อาจแตะระดับ 10 ล้านคนภายในต้นทศวรรษ 2040
ก่อนการลงประชามติ ผลสำรวจความคิดเห็นหลายสำนักคาดการณ์ว่าผลการลงคะแนนจะสูสี อย่างไรก็ตาม ในท้ายที่สุด ฝ่ายคัดค้านข้อเสนอสามารถเอาชนะได้ด้วยคะแนนที่ห่างกว่าที่นักวิเคราะห์จำนวนมากคาดไว้ อีกทั้งการลงประชามติครั้งนี้มีผู้ออกมาใช้สิทธิประมาณ 59% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของการลงประชามติในสวิตเซอร์แลนด์ช่วงหลังที่อยู่ราว 48%
ข้อเสนอจำกัดจำนวนประชากรดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสสนับสนุนนโยบายควบคุมการอพยพที่เพิ่มขึ้นทั่วยุโรป โดยโปสเตอร์รณรงค์ของฝ่ายสนับสนุนระบุว่า มีผู้ย้ายถิ่นเข้ามาเพียง 10% เท่านั้นที่เป็นแรงงานทักษะสูงที่ประเทศต้องการ และยังกล่าวอ้างว่าผู้ลี้ภัยมีแนวโน้มก่อเหตุข่มขืนมากกว่า
มาร์เซล เดตต์ลิง ประธานพรรคประชาชนสวิส กล่าวว่า ข้อเสนอดังกล่าวได้รับความนิยมอย่างมากในพื้นที่ชนบท แต่สุดท้ายพ่ายแพ้เพราะคะแนนเสียงจากประชาชนในเขตเมือง พร้อมย้ำว่า ไม่มีปัญหาใดได้รับการแก้ไขเลยแม้แต่เรื่องเดียว ดังนั้นเราจะเดินหน้าผลักดันนโยบายการย้ายถิ่นฐานที่สมเหตุสมผลนี้ต่อไป
ภาคธุรกิจของสวิตเซอร์แลนด์ต่างแสดงความยินดีกับผลการลงประชามติ หลังจากก่อนหน้านี้ออกมาเตือนว่า การกำหนดเพดานประชากรจะจำกัดการเข้าถึงแรงงานต่างชาติ ส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจ และทำให้ความสัมพันธ์กับอียูตึงเครียด
ขณะที่ Economiesuisse สมาคมธุรกิจของสวิตเซอร์แลนด์ เรียกร้องให้ใช้แรงผลักดันจากผลการลงประชามติครั้งนี้ เดินหน้าการให้สัตยาบันข้อตกลงที่ทำไว้กับอียูเมื่อปลายปี 2024 ซึ่งมุ่งกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างทั้งสองฝ่ายให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ด้านอัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป กล่าวว่า อียูและสวิตเซอร์แลนด์จะยังคงทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์ของประชาชนและภาคธุรกิจของทั้งสองฝ่ายต่อไป

