ทรัมป์ชี้ สหรัฐ-อิหร่าน ลงนามข้อตกลงแล้ว แวนซ์เผย อาจเผยรายละเอียดก่อนศุกร์นี้
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐและอิหร่านได้ลงนามในข้อตกลงเบื้องต้นเพื่อยุติสงครามในอ่าวเปอร์เซียแล้วเมื่อวันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน แม้ว่ารายละเอียดของข้อตกลงจะยังไม่ได้รับการเปิดเผยต่อสาธารณะ และทั้งสองประเทศต่างยืนยันตรงกันว่า การเจรจาเพื่อจัดทำข้อตกลงหยุดยิงถาวรยังคงต้องดำเนินต่อไป
ข้อตกลงดังกล่าวจะขยายเวลาการหยุดยิงที่เปราะบาง ซึ่งประกาศไว้เมื่อเดือนเมษายนออกไปอีก 60 วัน และจะนำไปสู่การเปิดใช้ช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หลังจากอิหร่านปิดกั้นเส้นทางเดินเรือสำคัญแห่งนี้ นับตั้งแต่สหรัฐและอิสราเอลร่วมกันโจมตีอิหร่านเมื่อเดือนกุมภาพันธ์
ในการเจรจาขั้นตอนต่อไป ผู้แทนทั้งสองฝ่ายจะหารือประเด็นที่มีความซับซ้อนและอ่อนไหว เช่น อนาคตของโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
“ข้อตกลงได้รับการลงนามเรียบร้อยแล้ว” ทรัมป์กล่าวหลังเดินทางถึงฝรั่งเศสเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ หรือจี 7 พร้อมระบุว่า รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ จะเข้าร่วมพิธีลงนามอย่างเป็นทางการที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายนนี้
ข้อตกลงฉบับนี้ถือเป็นความคืบหน้าที่สำคัญที่สุดในการคลี่คลายความขัดแย้งที่คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วอย่างน้อย 7,000 ราย ส่วนใหญ่ในอิหร่านและเลบานอน และสร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดพลังงานทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม ยังมีรายละเอียดอีกมากที่ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด และยังไม่ชัดเจนว่าข้อตกลงฉบับนี้มีเงื่อนไขแตกต่างจากข้อตกลงหยุดยิงเมื่อเดือนเมษายนหรือไม่
ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน เขียนข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ว่า บันทึกความเข้าใจระหว่างสหรัฐกับอิหร่านถือเป็น “ก้าวสำคัญ” ในการยุติการสู้รบ แต่ย้ำว่าข้อตกลงขั้นสุดท้ายเพื่อสร้างสันติภาพและการหยุดยิงอย่างยั่งยืนยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง
ด้านแวนซ์ให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นเอ็นว่า บันทึกความเข้าใจที่ลงนามกันมีความยาวเพียงประมาณ 1 หน้าครึ่งเท่านั้น มันเป็นเอกสารที่มีเนื้อหาในภาพรวมกว้างๆ ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐระบุว่า รายละเอียดเพิ่มเติมจะถูกเปิดเผยภายใน 2 วันข้างหน้า และแวนซ์กล่าวว่า บันทึกข้อตกลงดังกล่าวรวมถึง “มาตรการผ่อนปรนการคว่ำบาตรครั้งใหญ่” ให้กับอิหร่านด้วย
ทั้งนี้ มีรายงานว่ามีการลงนามในบันทึกความเข้าใจดังกล่าวโดยทรัมป์ แวนซ์ และนายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน จะมีการลงนามโดยตัวแทนของทั้ง 2 ประเทศอีกครั้งในวันศุกร์นี้
เจ้าหน้าที่สหรัฐและอิหร่านระบุว่า ข้อตกลงนี้อาจนำมาซึ่งผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาลแก่อิหร่านในที่สุด โดยการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร ปลดล็อกทรัพย์สินในต่างประเทศ และจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูมูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งจะได้รับเงินสนับสนุนจากประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซีย ที่เป็นที่ตั้งของฐานทัพสหรัฐ
เจ้าหน้าที่สหรัฐซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อ กล่าวว่า อิหร่านจะต้องปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของสหรัฐ โดยต้องให้คำมั่นว่าจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และต้องยุติการสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธ เช่น ฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน หากต้องการได้รับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าทรัมป์จะยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายสำคัญหลายประการที่เขาประกาศไว้เมื่อเปิดฉากโจมตีอิหร่านร่วมกับอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เนื่องจากรัฐบาลที่นำโดยผู้นำศาสนาของอิหร่านยังคงอยู่ในอำนาจ ขณะที่ข้อเรียกร้องให้อิหร่านยุติโครงการขีปนาวุธพิสัยไกล และยุติการสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในภูมิภาค เช่น ฮิซบอลเลาะห์ ก็ยังไม่ได้รับการตอบสนอง
ข้อตกลงฉบับใหม่นี้ยังไม่ได้กำหนดชะตากรรมของคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่าน ซึ่งทรัมป์ต้องการให้ถูกทำลายหรือนำออกนอกประเทศอีกด้วย
ประเด็นสำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือช่องแคบฮอร์มุซ เพราะแม้ว่าข้อตกลงล่าสุดจะทำให้อิหร่านยุติการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ แต่ก็เป็นเพียงการคืนสถานะกลับไปสู่ก่อนเกิดสงครามเท่านั้น และบริษัทขนส่งทางทะเลระบุว่า การเดินเรือจะกลับมาเป็นปกติได้ก็ต่อเมื่อมีความมั่นใจในความปลอดภัยอย่างแท้จริง
อิหร่านยังส่งสัญญาณว่าจะคงบทบาทร่วมกับโอมานในการกำกับดูแลช่องแคบดังกล่าว ขณะที่สหรัฐระบุว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดให้ใช้โดยไม่เก็บค่าผ่านทางเป็นเวลา 60 วัน และคาดหวังให้เงื่อนไขนี้ถูกรวมไว้ในข้อตกลงฉบับถาวรด้วย
อิหร่านระบุว่า ข้อตกลงนี้จะต้องนำไปสู่การยุติการสู้รบในเลบานอนอย่างสมบูรณ์ แต่นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กล่าวว่า อิสราเอลจะยังคงส่งกำลังทหารประจำการในภาคใต้ของเลบานอนต่อไป และจะยังคงมีสิทธิตอบโต้หากถูกฮิซบอลเลาะห์โจมตี
“อิหร่านต้องการให้เราถอนกำลังออกจากพื้นที่ดังกล่าว แต่ผมยืนหยัดไม่ยอมอ่อนข้อ” เนทันยาฮูระบุระหว่างการแถลงข่าว และยอมรับว่า เขาและทรัมป์มีความเห็นต่างกันในบางประเด็นเกี่ยวกับความขัดแย้งครั้งนี้ โดยอิสราเอลไม่ได้เข้าร่วมการเจรจาสันติภาพกับอิหร่านโดยตรง
แหล่งข่าวด้านความมั่นคงระบุว่า หลังมีการประกาศข้อตกลง การสู้รบในเลบานอนลดระดับลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ยังไม่ยุติลงโดยสิ้นเชิง
สื่อของรัฐบาลเลบานอนรายงานว่า โดรนของอิสราเอลได้โจมตีรถยนต์คันหนึ่งในเมืองคฟาร์ เตบนิต ทางตอนใต้ของเลบานอน ส่งผลให้ผู้ขับขี่เสียชีวิต ขณะที่เนทันยาฮูระบุว่า กองกำลังอิสราเอลได้สังหารนักรบติดอาวุธ 4 ราย
ด้านนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า การโจมตีของอิสราเอลจะต้องยุติลงโดยทันที
ในการหารือเป็นการภายใน เจ้าหน้าที่อิสราเอลจำนวนมากมีท่าทีไม่เห็นด้วยกับข้อตกลงฉบับนี้ โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงรายหนึ่งซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อให้บอกกับรอยเตอร์ว่า ข้อตกลงนี้เป็นผลเสียอย่างยิ่งต่ออิสราเอล และเป็นมุมมองที่ได้รับการเห็นพ้องในวงกว้างภายในรัฐบาลอิสราเอล ตั้งแต่นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูจนถึงเจ้าหน้าที่ระดับต่างๆ ของรัฐบาล

