น้ำมันลดต่อเนื่องอีก 5% แตะ 70 ดอลลาร์ ต่ำสุดรอบ 3 เดือน
ราคาน้ำมันร่วงลงต่อเนื่องหลังมีรายงานว่าสหรัฐและอิหร่านได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจเบื้องต้นโดยมีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อตกลงชั่วคราวเพื่อยุติสงคราม และเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญคือการอนุญาตให้อิหร่านกลับมาส่งออกและขายน้ำมันได้ ราคาน้ำมันโลกลดลงอีกราว 5% เป็นวันที่สองติดต่อกัน จนแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน
น้ำมันดิบเบรนท์ ปิดตลาดลดลง 4.21 ดอลลาร์ หรือ 5.1% มาอยู่ที่ 78.96 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เทกซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) ของสหรัฐ ลดลง 4.70 ดอลลาร์ หรือ 5.8% ปิดที่ 76.05 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาปิดดังกล่าวถือเป็นระดับต่ำสุดของน้ำมันเบรนท์นับตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม และต่ำสุดของ WTI นับตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม โดยก่อนหน้าที่สงครามระหว่างสหรัฐกับอิสราเอลและอิหร่านจะเริ่มต้นขึ้นเพียงหนึ่งวัน ราคาน้ำมันเบรนท์ปิดที่ 72.48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วน WTI ปิดที่ 67.02 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
บ็อบ ยอว์เกอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าด้านพลังงานของบริษัทมิซูโฮ กล่าวว่า ราคาน้ำมันดิบกำลังร่วงลงอย่างรวดเร็วจากการคาดการณ์ว่าช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดใช้งานได้ในเร็วๆ นี้
อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อสงสัยจำนวนมากเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของข้อตกลงนี้ โดยผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการฟื้นตัวของการขนส่งทางเรือและการส่งออกพลังงานอาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าจะฟื้นตัว
นักวิเคราะห์ของบริษัทที่ปรึกษาด้านพลังงาน Ritterbusch and Associates ระบุในรายงานว่า ขณะนี้ตลาดกำลังแสดงความเชื่อมั่นอย่างมากต่อความสำเร็จของแผนดังกล่าว โดยยังให้ความสำคัญค่อนข้างน้อยต่อประเด็นยุ่งยากต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าชดเชยทางการเงิน มาตรการคว่ำบาตร และโดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อตกลงนิวเคลียร์ที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่นำไปสู่สงครามครั้งนี้
ข่าวเกี่ยวกับข้อตกลงเบื้องต้นดังกล่าวทำให้ธนาคารเพื่อการลงทุนรายใหญ่หลายแห่ง รวมถึง โกลด์แมน แซคส์ มอร์แกน สแตนลีย์ และซิตี้กรุ๊ป ปรับลดคาดการณ์ราคาน้ำมันในอนาคตลง
นอกจากประเด็นตะวันออกกลางแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นที่กดดันราคาน้ำมันให้ลดลง ได้แก่ ความกังวลต่อเศรษฐกิจจีน อัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงความพยายามของสหรัฐในการผลักดันให้เกิดสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครน



