ผู้นำจี7 ให้คำมั่น ยกระดับแก้ปัญหาหนี้กลุ่มเปราะบางโลก จ่อถกประเด็นเข้าถึงโมเดล AI ชั้นนำมะกัน
หลังการประชุมสุดยอดผู้นำประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ชาติ (จี7) ที่เมืองตากอากาศ เอเวียง-เลส์-แบงส์ของฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน กลุ่มผู้นำจี7 ให้คำมั่นว่าจะเพิ่มความพยายามในการแก้ไขปัญหาภาระหนี้ที่มีอยู่ในระดับสูงของประเทศกำลังพัฒนา รวมถึงประเทศรายได้ปานกลางที่ปัจจุบันยังไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการบรรเทาหนี้ซึ่งกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 20 ประเทศ(จี20) จัดตั้งขึ้นในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19
ในแถลงการณ์ร่วมของกลุ่มผู้นำจี7 ได้ยืนยันถึงความมุ่งมั่นที่มีต่อความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการพัฒนา พร้อมเรียกร้องให้มีการปฏิรูปและให้ความสำคัญกับการลงทุนจากภาคเอกชนมากขึ้น
“เราจะเพิ่มความพยายามในการรับมือกับความเปราะบางด้านหนี้สินของโลกที่ทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งเป็นภัยต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและจำกัดพื้นที่ทางการคลังสำหรับการให้บริการสาธารณะที่จำเป็น” แถลงการณ์ดังกล่าวซึ่งยังได้รับการสนับสนุนจากเกาหลีใต้และเคนยา ประเทศที่ได้รับเชิญเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ด้วยระบุ
ผู้นำจี7 ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างความคืบหน้าไปสู่แนวทางร่วมกันในการปรับโครงสร้างหนี้สำหรับประเทศรายได้ปานกลางที่เปราะบางซึ่งไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมกรอบความร่วมมือของกลุ่มจี20 ที่จัดตั้งขึ้นในช่วงโควิดระบาดเพื่อช่วยเหลือประเทศที่ยากจนที่สุด
“โดยพื้นฐานแล้วสิ่งที่พวกเขาเรียกร้องคือการปรับโครงสร้างหนี้เชิงป้องกันล่วงหน้า หรือการจัดการหนี้ก่อนที่มันจะกลายเป็นวิกฤต” เอริก เลอคอมต์ ผู้อำนวยการบริหารของกลุ่มพัฒนา Jubilee USA Network กล่าว พร้อมชื่นชมแถลงการณ์ร่วมของผู้นำกลุ่มจี7 โดยยังระบุว่าการให้ความสำคัญกับการลงทุนจากภาคเอกชนเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากเงินทุนเพื่อการพัฒนาจากภาครัฐกำลังลดลง
ด้านเควิน กัลลาเกอร์ ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายการพัฒนาโลกแห่งมหาวิทยาลัยบอสตัน กล่าวว่า นี่เป็นครั้งแรกที่จี7 ยอมรับอย่างเป็นทางการถึงปัญหาหนี้ของประเทศยากจนที่ไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมกรอบความร่วมมือร่วมด้านหนี้ อย่างไรก็ดี เขาแสดงความแปลกใจที่แถลงการณ์จี7 ไม่ได้กล่าวถึงความต้องการเร่งด่วนของประเทศกำลังพัฒนาที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง
ขณะที่องค์กรพัฒนาเอกชนอย่าง อ็อกซ์แฟม อินเตอร์เนชั่นแนล ได้วิจารณ์แถลงการณ์ของกลุ่มจี7 และเรียกร้องให้ผู้นำกลุ่มเพิ่มความช่วยเหลือเป็น 0.7% ของรายได้ประชาชาติรวม ตามที่เคยสัญญาไว้ก่อนหน้านี้
ทั้งนี้ ข้อมูลจากองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) แสดงให้เห็นว่า ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการของกลุ่มจี7 ลดลง 23.1% ในแง่ของมูลค่าที่แท้จริงในปี 2025 เหลือ 174,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีสาเหตุหลักจากการที่สหรัฐลดความช่วยเหลือลงเกือบ 57% รวมถึงการช่วยเหลือที่ลดลงในระดับที่น้อยกว่าจากเยอรมนี ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น
แหล่งข่าวในวงการทูตเปิดเผยด้วยว่า ผู้นำกลุ่ม G7 ได้หารือเกี่ยวกับโครงการที่อาจเปิดทางให้ “พันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจ” จำนวนจำกัด สามารถเข้าถึงโมเดล AI ระดับแนวหน้าของสหรัฐที่พัฒนาโดยบริษัท AI ชั้นนำ อย่างเช่น Anthropic ได้ และได้รับการยกเว้นจากข้อห้ามในปัจจุบันที่ไม่อนุญาตให้บุคคลที่ไม่ได้ถือสัญชาติสหรัฐเข้าถึงโมเดล AI ดังกล่าว
แหล่งข่าวรายหนึ่งระบุว่า ผู้แทนจำนวนหนึ่งได้หารือเกี่ยวกับแนวคิดนี้กับตัวแทนของสหรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ โฮเวิร์ด ลุตนิก รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐในระหว่างการพบปะนอกรอบงานเลี้ยงอาหารค่ำเปิดการประชุมสุดยอดจี7
แหล่งข่าวรายอีกรายกล่าวว่า พันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจเหล่านี้อาจเป็นได้ทั้งประเทศหรือบริษัทต่าง ๆ และอีกรายยืนยันว่า คาดว่าจะยังไม่มีการออกแถลงการณ์ใด ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ในวันพุธ(17 มิ.ย.)ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเป็นวันที่ประเด็นด้านเทคโนโลยีจะถูกนำเข้าสู่วาระการหารือของการประชุมสุดยอดจี7



