หน้าแรก ต่างประเทศ หุ้นโลก-ทอง ร...

หุ้นโลก-ทอง ร่วง น้ำมันขึ้น หลังทรัมป์ขู่ พร้อมถล่มอิหร่านใหม่ เฟดคงอัตราดอกเบี้ย

18.06.26 | 08:03 น.
เควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คนใหม่ / REUTERS

หุ้นโลก-ทอง ร่วง น้ำมันขึ้น หลังทรัมป์ขู่ พร้อมถล่มอิหร่านใหม่ เฟดคงอัตราดอกเบี้ย

ดัชนีหุ้นสำคัญของโลกและทองคำปรับตัวลดลง ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น ด้านค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าต่อเนื่องในวันที่ 17 มิถุนายน หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ตามเดิม โดยคาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งภายในปีนี้ ท่ามกลางความกังวลด้านเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น

ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นเพียงไม่นานหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ออกมาปกป้องข้อตกลงชั่วคราวกับอิหร่าน โดยระบุว่าข้อตกลงดังกล่าวช่วยหลีกเลี่ยงหายนะทางเศรษฐกิจระดับโลกได้ พร้อมเตือนว่าเขาอาจกลับมาใช้ปฏิบัติการทางทหารอีกครั้ง หากอิหร่านไม่ปฏิบัติตามพันธกรณีที่ให้ไว้

หลังคำประกาศของทรัมป์ ราคาซื้อขายน้ำมันดิบเบรนต์ปิดเพิ่มขึ้น 59 เซนต์ หรือ 0.75% ที่ 79.55 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 74 เซนต์ หรือ 0.97% ปิดที่ 76.79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงอีกครั้งในวันพุธ จากความคาดหวังว่าช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญระหว่างอิหร่านกับโอมาน จะกลับมาเปิดใช้งานได้ตามปกติ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนต์ลดลงต่ำกว่า 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เกิดการปะทะระหว่างสหรัฐและอิหร่าน แต่หลังคำขู่ของทรัมป์ดังกล่าว ราคาน้ำมันกลับมาปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า 1%

ก่อนหน้านี้ การปรับตัวลดลงของราคาน้ำมันได้ช่วยบรรเทาความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว โดยเฉพาะในยุโรปซึ่งเป็นภูมิภาคที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงาน

Advertisement

ด้านสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ระบุว่า ตลาดน้ำมันโลกจะเข้าสู่ภาวะอุปทานล้นตลาดอย่างมีนัยสำคัญในปี 2027 หลังจากฟื้นตัวจากผลกระทบของการปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ในตลาดหุ้น ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ลดลง 507.12 จุด หรือ 0.98% ปิดที่ 51,492.55 จุด ดัชนี S&P 500 ลดลง 91.25 จุด หรือ 1.21% ปิดที่ 7,420.10 จุด ส่วนดัชนี Nasdaq Composite ลดลง 354.69 จุด หรือ 1.34% ปิดที่ 26,021.66 จุด ทั้งนี้ หุ้นของ SpaceX ปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยร่วงลง 4.9%

ด้านดัชนี MSCI World Index ซึ่งสะท้อนภาพรวมตลาดหุ้นทั่วโลก ลดลง 7.18 จุด หรือ 0.64% มาอยู่ที่ 1,121.12 จุด ขณะที่ดัชนี STOXX 600 ของยุโรปปิดบวก 0.52%

เควิน วอร์ช ซึ่งเข้ารับตำแหน่งประธานเฟดเมื่อเดือนที่แล้ว ได้เปิดศักราชใหม่ของเฟด โดยในการแถลงข่าวครั้งแรกหลังการประชุม เขาระบุว่าการใช้ “Forward Guidance” หรือการส่งสัญญาณล่วงหน้าเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินนั้นไม่เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน

ประมาณการของเจ้าหน้าที่เฟดแสดงให้เห็นว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งถูกตรึงอยู่ในกรอบ 3.50%-3.75% มาตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว มีแนวโน้มจะถูกปรับขึ้นอีก 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ภายในสิ้นปีนี้ ในแถลงการณ์นโยบายการเงินฉบับล่าสุดของเฟด ยังได้ตัดข้อความที่เคยใช้เพื่อบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมในปีนี้ออกไปด้วย

หลังการประชุม ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นของสหรัฐฯ สะท้อนว่า นักลงทุนให้น้ำหนักมากขึ้นว่าเฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วที่สุดในการประชุมเดือนกันยายน มากกว่าที่จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิม ตามข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME Group

เคย์ เฮก หัวหน้าฝ่ายบริหารการลงทุนตราสารหนี้และสภาพคล่องระดับโลกของ Goldman Sachs Asset Management ในนครนิวยอร์ก กล่าวว่า การประชุมวันนี้ยืนยันว่า การเปลี่ยนท่าทีไปในทางแข็งกร้าวมากขึ้นของเฟดในช่วงที่ผ่านมา ไม่ได้เกิดจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นเพียงอย่างเดียว เพราะแม้ว่าราคาน้ำมันจะปรับลดลงในช่วงหลัง แต่กรรมการครึ่งหนึ่งของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) คาดว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยภายในปีนี้ สะท้อนถึงข้อมูลตลาดแรงงานและเงินเฟ้อที่ยังแข็งแกร่ง

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุ 10 ปี เพิ่มขึ้น 3 จุดพื้นฐาน สู่ระดับ 4.461% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปี ซึ่งอ่อนไหวต่อการคาดการณ์นโยบายดอกเบี้ยของเฟดมากที่สุด เพิ่มขึ้นถึง 16 จุดพื้นฐาน สู่ระดับ 4.207% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2025

นักลงทุนยังประเมินข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดของสหรัฐฯ ซึ่งแสดงให้เห็นว่ายอดค้าปลีกในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 0.9% เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากตัวเลขเดือนเมษายนถูกปรับลดลงเหลือการขยายตัว 0.4%

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคสหรัฐยังคงแข็งแกร่ง แม้อัตราดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับสูง และเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สนับสนุนมุมมองว่าเฟดอาจยังไม่รีบร้อนปรับลดดอกเบี้ย และอาจต้องพิจารณาปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมหากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังคงอยู่ต่อไป

ขณะเดียวกัน ราคาทองคำในตลาดสปอตปรับตัวลดลง 1.71% มาอยู่ที่ 4,255.97 ดอลลาร์ต่อออนซ์