ลงนามแล้ว! ปธน.สหรัฐ-อิหร่าน ปิดดีลข้อตกลงหยุดยิง ทรัมป์ขู่ ไม่ทำตามโจมตีซ้ำ
สหรัฐอเมริกาและอิหร่านเผยแพร่ข้อความของข้อตกลงชั่วคราวเพื่อยุติสงครามระหว่างกันเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ขู่ว่าจะกลับมาโจมตีและสังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านอีกครั้ง หากไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง
ข้อตกลง 14 ข้อดังกล่าว ซึ่งมีการเผยแพร่ไปอย่างกว้างขวางก่อนที่จะมีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ ได้ขยายเวลาหยุดยิงที่ประกาศไว้เมื่อเดือนเมษายนออกไปอีก 60 วัน เพื่อเปิดทางให้ทั้งสองฝ่ายเจรจาข้อตกลงสันติภาพฉบับถาวร โดยทรัมป์และประธานาธิบดีมันอูด เปเซชกียาน ของอิหร่าน ได้ลงนามในบันทึกดังกล่าวผ่านระบบดิจิทัล ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุว่า ข้อตกลงมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันพุธที่ 17 มิถุนายน
ทรัมป์ ซึ่งเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มจี 7 ที่ฝรั่งเศส ยังได้ถอนเหตุผลอย่างน้อยหนึ่งข้อที่เขาเคยกล่าวไว้ในการโจมตีอิหร่าน โดยกล่าวว่า “คงไม่ยุติธรรม” หากอิหร่านจะไม่มีขีปนาวุธนำวิถี (ในขณะที่ประเทศอื่นมี) ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาเคยประกาศว่าจะทำลายขีดความสามารถดังกล่าวให้สิ้นซาก
“เราจะทิ้งระเบิดใส่พวกเขาอย่างหนัก หากพวกเขาละเมิดข้อตกลง ผมไม่อยากให้เป็นแบบนั้น ผมอยากให้พวกเขาปฏิบัติตามข้อตกลง” ทรัมป์กล่าวถึงอิหร่านระหว่างการแถลงข่าว และยังเรียกชาวอิหร่านว่าเป็น “คนฉลาด” ขณะที่ผู้แทนเจรจาของสหรัฐและอิหร่านกำลังหารือเพื่อจัดทำข้อตกลงสันติภาพถาวรภายใน 60 วันข้างหน้า
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยกล่าวว่า “ถ้าผมไม่พอใจ ถ้าพวกเขาประพฤติตัวไม่เหมาะสม เราก็จะกลับไปทิ้งระเบิดลงตรงกลางหัวพวกเขาอีกครั้ง โอเคไหม”
เจ้าหน้าที่อาวุโสของสหรัฐรายหนึ่ง ซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อ ได้อ่านรายละเอียดของบันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่ลงนามร่วมกับอิหร่านให้ผู้สื่อข่าวฟัง แต่ย้ำว่าทั้งสองฝ่ายยังสามารถถอนตัวได้จนกว่าจะมีการจัดทำข้อตกลงที่มีผลผูกพันตามกฎหมาย
บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ครอบคลุมถึงการยุติสงครามในทุกแนวรบทันที รวมถึงในเลบานอน การกลับมาเปิดการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบ การยกเลิกการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านของสหรัฐ การยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐต่ออิหร่าน การปลดล็อกอายัดทรัพย์สินของอิหร่าน และแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจอิหร่านมูลค่า 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่อิหร่านยังให้คำมั่นว่าจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นคำมั่นที่เตหะรานยืนยันมาตลอดหลายทศวรรษ
แม้ทรัมป์จะยังใช้ถ้อยคำแข็งกร้าวตามสไตล์ของเขา แต่ดูเหมือนว่าเขาจะประสบความสำเร็จเพียงเล็กน้อยเท่านั้นจากสิ่งที่เขาประกาศไว้ตอนเริ่มต้นสงคราม ขณะที่อิหร่านกลับเข้าใกล้การได้รับการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์มากกว่าก่อนถูกโจมตี
รัฐบาลเคร่งศาสนาของอิหร่านยังคงครองอำนาจ คลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงยังไม่ถูกส่งมอบ ขีดความสามารถด้านขีปนาวุธนำวิถียังไม่ถูกทำลาย และอิหร่านก็ยังไม่ได้ยุติการสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธต่อต้านอิสราเอล เช่น ฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน
ระหว่างให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่กรุงปารีส ทรัมป์ได้กลับลำจากคำมั่นในช่วงต้นสงครามที่ว่าจะทำลายขีปนาวุธทั้งหมดของอิหร่าน และทำลายล้างอุตสาหกรรมขีปนาวุธของอิหร่านให้ราบเป็นหน้ากลอง
“ผมกำลังพูดว่า ถ้าประเทศอื่นมีขีปนาวุธอยู่ มันก็ไม่ค่อยยุติธรรมนักหากพวกเขาจะไม่มีไว้บ้าง” ทรัมป์กล่าวหลังออกจากการประชุมสุดยอดจี 7
อย่างไรก็ตาม ผู้นำกลุ่มจี 7 ซึ่งประชุมกันที่เมืองเอเวียง-เลส์-แบงส์ ของฝรั่งเศส ต่างแสดงความยินดีกับข้อตกลงดังกล่าว โดยเมืองแห่งนี้อยู่ห่างจากชายฝั่งทะเลสาบเจนีวา สถานที่ที่สหรัฐระบุว่าจะจัดพิธีลงนามข้อตกลงระหว่างสหรัฐและอิหร่านอย่างเป็นทางการเพียงราว 1 ชั่วโมง
เอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ตั้งข้อสงสัยในเรื่องนี้ โดยให้สัมภาษณ์กับสถานีข่าว IRIB ของอิหร่านว่า เนื่องจากผู้นำทั้งสองประเทศได้ลงนามในข้อตกลงผ่านระบบดิจิทัลเรียบร้อยแล้ว จึงจะไม่มีพิธีลงนามใดๆ ในสวิตเซอร์แลนด์
แม้ผู้นำยุโรปจะมีความกังวลเช่นเดียวกับสหรัฐเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านและประเด็นอื่นๆ แต่พวกเขาไม่เคยสนับสนุนการตัดสินใจของทรัมป์ในการทำสงครามโดยไม่ได้รับการอนุมัติจากสหประชาชาติ และยังกังวลว่าอิหร่านอาจได้รับอำนาจต่อรองมากขึ้น จากการต้านทานการโจมตีของสหรัฐและยังคงสามารถควบคุมช่องแคบฮอร์มุซได้
ผู้นำฝรั่งเศส เยอรมนี อังกฤษ ญี่ปุ่น อิตาลี แคนาดา และสหรัฐ ระบุในแถลงการณ์ร่วม โดยย้ำถึงความจำเป็นที่การเจรจาจะต้องจัดการกับภัยคุกคามที่อิหร่านก่อขึ้นทั้งในภูมิภาคและนอกภูมิภาค และต้องทำให้มั่นใจว่าอิหร่านจะไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์
ผู้นำกลุ่มจี 7 ยังเรียกร้องให้มีการหยุดยิงในเลบานอนโดยทันที ซึ่งสอดคล้องกับบันทึกความเข้าใจที่กำหนดให้ยุติการสู้รบระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ซึ่งทำให้ประชาชนมากกว่าหนึ่งล้านคนต้องพลัดถิ่น
แม้การสู้รบจะลดความรุนแรงลงนับตั้งแต่มีการบรรลุข้อตกลงเมื่อวันอาทิตย์ แต่ก็ยังไม่ยุติลงโดยสมบูรณ์ ขณะที่อิสราเอล ซึ่งไม่ได้เข้าร่วมการเจรจาและยังคงส่งทหารเข้ายึดครองพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอน ทั้งยังคงสงวนสิทธิ์ในการใช้กำลังทางทหาร
ทรัมป์ได้ตำหนินายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลอย่างสุภาพเกี่ยวกับยุทธวิธีทางทหารในเลบานอนต่อกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ โดยทั้งสองมีความเห็นขัดแย้งกันหลายครั้งจากการที่อิสราเอลปฏิเสธที่จะจำกัดปฏิบัติการไล่ล่าฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ซึ่งถือเป็นข้อเรียกร้องสำคัญของอิหร่าน
“เนทันยาฮูเป็นคนดี เพียงแต่บางครั้งก็ตื่นเต้นเกินไปหน่อย เรามีความเห็นต่างกันเล็กน้อยเรื่องเลบานอน ผมบอกว่า คุณควรใช้วิธีที่นุ่มนวลกว่านี้ได้ บิบี” ทรัมป์กล่าวโดยใช้ชื่อเล่นของเนทันยาฮู “คุณไม่จำเป็นต้องถล่มตึกทั้งหลังทุกครั้งที่มีคนจากฮิซบอลเลาะห์เดินเข้าไปในนั้น”
สื่อของรัฐบาลเลบานอนรายงานว่า อิสราเอลยังคงโจมตีทางอากาศและยิงปืนใหญ่ใส่หลายเมืองทางตอนใต้ของประเทศตลอดทั้งวันพุธ ขณะที่แหล่งข่าวด้านความมั่นคงของเลบานอนระบุว่า ฮิซบอลเลาะห์ได้ส่งโดรนโจมตีกองกำลังอิสราเอลทางตอนใต้ของเลบานอน 2 ครั้ง แม้กลุ่มจะไม่ได้ออกมาอ้างความรับผิดชอบอย่างเป็นทางการ ขณะที่อิสราเอลระบุในเวลาต่อมาว่า ทหาร 5 นายได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีดังกล่าว



