หน้าแรก ต่างประเทศ สหรัฐเปิดรายล...

สหรัฐเปิดรายละเอียด 14 ข้อ MOU ยุติสงครามอิหร่าน

18.06.26 | 12:37 น.
REUTERS

สหรัฐเปิดรายละเอียด 14 ข้อ MOU ยุติสงครามอิหร่าน

หลังจากที่สื่ออิหร่านได้เปิดเผยรายละเอียดของบันทึกความใจ (MOU) ที่ทำกับสหรัฐไปก่อนหน้านี้ ล่าสุดเจ้าหน้าที่สหรัฐได้เปิดเผยข้อความใน MOU ระหว่างสหรัฐและอิหร่านเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีมัสอูด เปเซชกียาน ของอิหร่าน ได้ลงนามเพื่อยุติสงครามในอิหร่านและเปิดการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

เจ้าหน้าที่อาวุโสของสหรัฐได้อ่านรายละเอียด ใน MOU ให้ผู้สื่อข่าวฟัง ซึ่งมีเนื้อหา 14 ข้อ โดยเป็นกรอบความเข้าใจที่ยังเลื่อนการตัดสินใจในประเด็นยากที่สุดหลายเรื่อง เช่น วิธีการยุติโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ออกไปจนกว่าจะมีการบรรลุข้อตกลงสุดท้าย ทั้งนี้ ข้อตกลงดังกล่าวปูทางไปสู่การเจรจาที่กว้างขึ้นภายเวลา 60 วัน ซึ่งมีกำหนดเริ่มขึ้นที่สวิตเซอร์แลนด์ในวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายนนี้

รอยเตอร์ได้รายงานเนื้อหาเต็มของเอกสารที่มีชื่อว่า “บันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด ระหว่างสหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน” ตามที่เจ้หน้าที่อาวุโสของสหรัฐได้อ่านให้สื่อมวลชนฟัง

1.สหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน และพันธมิตรของทั้งสองฝ่ายในสงครามปัจจุบัน ประกาศผ่านการลงนามในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ว่า จะยุติปฏิบัติการทางทหารทั้งหมดในทุกแนวรบทันทีและอย่างถาวร รวมถึงในเลบานอน และให้คำมั่นว่าจะไม่เริ่มต้นสงครามหรือปฏิบัติการทางทหารใดๆ ต่อกัน จะงดเว้นจากการข่มขู่หรือการใช้กำลังต่อกัน และจะรักษาบูรณภาพแห่งดินแดนและอธิปไตยของเลบานอน ข้อตกลงขั้นสุดท้ายจะยืนยันการยุติสงครามอย่างถาวรในทุกแนวรบ รวมถึงในเลบานอน ตลอดจนข้อกำหนดอื่น ๆ ในวรรคนี้

2.สหรัฐและอิหร่านให้คำมั่นว่าจะเคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน และจะไม่แทรกแซงกิจการภายในของอีกฝ่าย

Advertisement

3.สหรัฐและอิหร่านตกลงที่จะเจรจาและบรรลุข้อตกลงฉบับสุดท้ายภายในระยะเวลาไม่เกิน 60 วัน โดยสามารถขยายเวลาได้หากทั้งสองฝ่ายยินยอมร่วมกัน

4.ทันทีที่มีการลงนามบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ สหรัฐจะเริ่มยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลและมาตรการใดๆ ที่เป็นการรบกวนหรือขัดขวางอิหร่าน และจะยุติการปิดล้อมทางทะเลทั้งหมดภายใน 30 วัน ในช่วงเวลาดังกล่าว ปริมาณการเดินเรือจะค่อยๆ กลับคืนสู่ระดับก่อนสงคราม ตามความคืบหน้าในการฟื้นฟูการเดินเรือของอิหร่าน นอกจากนี้ สหรัฐยังให้คำมั่นว่าจะถอนกำลังออกจากพื้นที่ใกล้อิหร่านภายใน 30 วันหลังจากมีการบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้าย

5.เมื่อมีการลงนามบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ อิหร่านจะใช้ความพยายามอย่างเต็มที่เพื่ออำนวยความปลอดภัยในการเดินทางผ่านของเรือพาณิชย์ระหว่างอ่าวเปอร์เซียกับทะเลโอมาน และในทิศทางกลับกัน โดยไม่เรียกเก็บค่าใช้จ่ายเป็นเวลา 60 วัน การเดินเรือเชิงพาณิชย์จะเริ่มต้นได้ทันที และเมื่ออิหร่านดำเนินการขจัดอุปสรรคทางเทคนิคและทางทหาร รวมทั้งการเก็บกู้ทุ่นระเบิดทางทะเลแล้ว การสัญจรจะกลับคืนสู่สภาพปกติภายใน 30 วัน อิหร่านจะหารือกับรัฐสุลต่านโอมานเพื่อกำหนดรูปแบบการบริหารจัดการและบริการทางทะเลในช่องแคบฮอร์มุซในอนาคต โดยจะปรึกษากับรัฐชายฝั่งอ่าวเปอร์เซียอื่นๆ ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง และสิทธิอธิปไตยของรัฐชายฝั่งในช่องแคบฮอร์มุซ

6.สหรัฐจะร่วมกับหุ้นส่วนในภูมิภาคจัดทำแผนฟื้นฟูและพัฒนาเศรษฐกิจของอิหร่านที่เป็นรูปธรรมและได้รับความเห็นชอบร่วมกันจากทุกฝ่าย โดยมีงบประมาณอย่างน้อย 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กลไกในการดำเนินการตามแผนดังกล่าวจะสรุปเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงขั้นสุดท้ายภายใน 60 วัน โดยสหรัฐจะออกใบอนุญาต ข้อยกเว้น และการอนุมัติที่จำเป็นทั้งหมดสำหรับธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้อง

7.สหรัฐรับรองว่าจะยุติมาตรการคว่ำบาตรทุกประเภทต่ออิหร่าน ซึ่งรวมถึงมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) มติของคณะกรรมการบริหารของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) รวมถึงมาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวของสหรัฐ ทั้งแบบโดยตรงและแบบทุติยภูมิ ตามกรอบเวลาที่จะตกลงกันในข้อตกลงฉบับสุดท้าย อิหร่านและสหรัฐรับทราบถึงความสำคัญอย่างยิ่งในประเด็นการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรข้างต้น และแสดงเจตนารมณ์ที่จะเริ่มหารือในเรื่องนี้ทันทีเพื่อให้ได้ข้อยุติร่วมกัน

8.อิหร่านยืนยันอีกครั้งว่าจะไม่จัดหาหรือพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ สหรัฐและอิหร่านตกลงที่จะกำหนดแนวทางจัดการวัสดุนิวเคลียร์เสริมสมรรถนะที่มีอยู่ผ่านกลไกที่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน และสอดคล้องกับกรอบเวลาตามข้อ 7 วิธีการขั้นต่ำที่จะใช้คือการลดระดับความเข้มข้นของยูเรเนียมในอิหร่านภายใต้การกำกับดูแลของ IAEA ทั้งสองฝ่ายยังตกลงที่จะหารือเกี่ยวกับประเด็นการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมและประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับความต้องการด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน บนพื้นฐานของกรอบความตกลงที่น่าพอใจซึ่งจะกำหนดในข้อตกลงฉบับสุดท้าย ข้อตกลงฉบับสุดท้ายจะรับรองข้อกำหนดทั้งหมดในวรรคนี้ โดยทั้งสองฝ่ายยอมรับว่าประเด็นนิวเคลียร์มีความสำคัญอย่างยิ่ง และแสดงเจตจำนงที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ผ่านการเร่งเจรจาเพื่อให้บรรลุข้อตกลงร่วมกัน

9.ระหว่างที่ยังไม่มีข้อตกลงฉบับสุดท้าย สหรัฐและอิหร่านตกลงที่จะรักษาสถานะที่เป็นอยู่เดิมไว้ อิหร่านจะคงโครงการนิวเคลียร์ของตนไว้ในระดับปัจจุบัน ขณะที่สหรัฐจะไม่ออกมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมและจะไม่ส่งกำลังทหารเพิ่มเติมไปยังภูมิภาค

10.สหรัฐให้คำมั่นว่า ทันทีมีการลงนามบันทึกความเข้าใจฉบับนี้และจนกว่าการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรจะเสร็จสิ้น กระทรวงการคลังสหรัฐจะออกข้อยกเว้นที่จำเป็นสำหรับการส่งออกน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องจากน้ำมันของอิหร่าน ตลอดจนบริการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เช่น ธุรกรรมธนาคาร การประกันภัย การขนส่ง และบริการอื่นๆ

11.สหรัฐรับรอว่าจะเปิดทางให้อิหร่านสามารถใช้เงินทุนและทรัพย์สินที่ถูกอายัดหรือจำกัดการใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบ เมื่อเริ่มดำเนินการตาม MOU  ฉบับนี้ ทั้งสองฝ่ายจะตกลงร่วมกันเกี่ยวกับขั้นตอนที่เกี่ยวข้องการปล่อยเงินทุนเหล่านี้ในระหว่างการเจรจา ไม่ว่าเงินเหล่านั้นจะยังอยู่ในบัญชีเดิมหรือถูกโอนย้ายแล้ว จะต้องสามารถนำไปใช้ชำระเงินแก่ผู้รับผลประโยชน์ปลายทางที่ธนาคารกลางอิหร่านกำหนดได้อย่างเต็มที่ โดยสหรัฐจะออกใบอนุญาตและการอนุมัติที่จำเป็นทั้งหมดตามที่เหมาะสม

12.สหรัฐและอิหร่านตกลงที่จะจัดตั้งกลไกบริหารเพื่อติดตามและกำกับดูแลการดำเนินการตาม MOU ฉบับนี้ให้ประสบความสำเร็จ และเพื่อตรวจสอบการปฏิบัติตามข้อตกลงขั้นสุดท้ายในอนาคต

13.หลังจากลงนาม MOU ฉบับนี้แล้ว และขึ้นกับการเริ่มดำเนินการตามข้อ 1, 4, 5, 10 และ 11 ของ MOU รวมทั้งมีการดำเนินมาตรการเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง สหรัฐและอิหร่านจะเริ่มการเจรจาเกี่ยวกับข้อตกลงฉบับสุดท้าย โดยมุ่งเน้นเฉพาะประเด็นอื่นๆ ที่เหลืออยู่

14.ข้อตกลงฉบับสุดท้ายจะได้รับการรับรองโดยมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ที่มีผลผูกพันตามกฎหมายระหว่างประเทศ