ให้เครดิต!ทรัมป์ ขอบคุณ สี-ปูติน เป็นกลางในศึกอิหร่าน หลังเคยแขวะ พันธมิตรยุโรป-ญี่ปุ่น เมินช่วยเหลือ
ในการแถลงข่าวที่การประชุมกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ชาติ (จี7) ที่เมืองเอเวียง-เลส์-แบงส์ ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ได้กล่าวแสดงความขอบคุณประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน และ ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย จากการที่ทั้งสองประเทศวางตัว “เป็นกลาง” ในระหว่างที่สหรัฐทำศึกสงครามกับอิหร่าน โดยทรัมป์กล่าวว่า ผู้นำทั้งสองไม่ได้ขัดขวางความพยายามของเขาในการควบคุมความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน
“ผมขอขอบคุณพวกเขา เพราะพวกเขาทำให้สถานการณ์ดีขึ้นมาก” ทรัมป์กล่าวไม่นานหลังจากการลงนามในข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่าน ที่พระราชวังแวร์ซายส์ ซึ่งมีประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส เป็นสักขีพยาน
ทรัมป์บอกกับผู้สื่อข่าวว่า เขารู้สึกขอบคุณผู้นำทั้งสองที่ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้ง “ผมขอขอบคุณจีน ประธานาธิบดีสี ผมอยู่กับเขาและเขาวางตัวเป็นกลางโดยสมบูรณ์ และผมซาบซึ้งใจ” ทรัมป์กล่าว และว่า “ผมขอขอบคุณวลาดิมีร์ ปูติน เขาเป็นกลางมาก พวกเขาสามารถทำให้สถานการณ์ยากลำบากมากขึ้นสำหรับเราได้”
ทรัมป์กล่าวอีกว่า ประธานาธิบดีสีมีส่วนช่วยในการแก้ไขความขัดแย้งและหลีกเลี่ยงการส่งอาวุธขนาดใหญ่หรือขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานแบบยิงประทับบ่าไปให้อิหร่าน
“พวกเขาสามารถส่งเรือบรรทุกน้ำมันพร้อมเรือพิฆาต 6 ลำไปได้ แต่พวกเขาไม่ได้ทำเช่นนั้น ประธานาธิบดีสีช่วยผม เขาพยายามช่วยเหลือและผมคิดว่าเขาน่าจะช่วยแก้ปัญหาได้” ทรัมป์
คำกล่าวนี้ของทรัมป์นั้นแตกต่างจากท่าทีที่เขามีกับพันธมิตรสหรัฐตั้งแต่ญี่ปุ่นไปจนถึงยุโรป ซึ่งทรัมป์เคยวิจารณ์ก่อนหน้าว่าไม่ได้ให้ความช่วยเหลือสหรัฐในปฏิบัติการทางทหารหรือความพยายามในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าทางทะเลที่อิหร่านปิดกั้น
โฆษกสถานทูตจีนในกรุงวอชิงตันระบุในแถลงการณ์ถึงท่าทีของผู้นำสหรัฐว่า จุดยืนของพวกเขานั้น “สอดคล้องกัน” และพวกเขาทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อยุติการสู้รบและนำมาซึ่งสันติภาพ
ส่วนสถานทูตรัสเซียในกรุงวอชิงตันยังไม่ได้ตอบคำขอความเห็นในเรื่องนี้จากทางรอยเตอร์
ทั้งจีนและรัสเซียต่างมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอิหร่านซึ่งก่อนหน้านี้รัสเซียเตือนว่าสงครามอาจนำไปสู่การแข่งขันกันสะสมอาวุธนิวเคลียร์ในตะวันออกกลางได้
ด้านจีนประณามการโจมตีอิหร่านของสหรัฐว่าเป็นการละเมิดอธิปไตยของอิหร่าน ขณะที่แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับเรื่องนี้ระบุว่าหน่วยข่าวกรองของสหรัฐประเมินว่าปักกิ่งได้จัดหาสินค้าที่มีศักยภาพในการนำไปใช้ทางทหารให้แก่อิหร่าน โดยโรงกลั่นน้ำมันอิสระของจีนยังเป็นลูกค้าหลักของอิหร่านในช่วงความขัดแย้งครั้งนี้โดยไม่สนใจมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ



