เรือแล่นผ่านฮอร์มุซฉลุย ทรัมป์-แวนซ์ เตือนอิสราเอล เคารพกระบวนการสันติภาพ
เรือบรรทุกน้ำมันกลับมาทำการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้แล้ว หลังจากที่ข้อตกลงระหว่างสหรัฐและอิหร่านมีผลบังคับใช้ แม้จะยังมีคำถามสำคัญอีกมากที่ไม่ได้รับคำตอบ
บันทึกความเข้าใจฉบับนี้เปิดทางให้คณะผู้เจรจามีเวลา 60 วันในการหาข้อสรุปเกี่ยวกับสถานะของโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน พร้อมทั้งจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูมูลค่า 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับอิหร่าน ปลดล็อกมาตรการคว่ำบาตรต่างๆ ทั้งหมด ยินยอมให้อิหร่านขายน้ำมันและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ทั้งยังมีการกำหนดมาตรการจูงใจทางการเงินเพิ่มเติม
เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งจะเป็นหัวหน่าคณะผู้แทนสหรัฐในการเจรจา ระบุว่า สหรัฐจะพยายามผลักดันให้มีการจำกัดขีดความสามารถของขีปนาวุธพิสัยไกลของอิหร่านด้วย
เมื่อเปิดฉากสงครามเมื่อเกือบ 4 เดือนก่อน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ประกาศว่าเป้าหมายของเขาคือการทำลายโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน ยุติความสามารถของอิหร่านในการโจมตีประเทศเพื่อนบ้าน ป้องกันไม่ให้อิหร่านสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธพันธมิตรในภูมิภาค และเปิดทางให้ประชาชนอิหร่านสามารถโค่นล้มผู้นำสายแข็งของตนเองได้
แม้ในช่วงแรกทรัมป์จะเรียกร้องให้อิหร่านยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไข แต่ท้ายที่สุดเขากลับลงนามในข้อตกลงโดยที่ยังไม่มีเป้าหมายใดในข้างต้นบรรลุผล
เจ้าหน้าที่สหรัฐระบุว่า การเจรจาที่ยังดำเนินอยู่ อาจนำไปสู่ข้อตกลงที่เข้มแข็งเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านได้ในที่สุด
สมาชิกพรรครีพับลิกันบางส่วนในรัฐสภาซึ่งเป็นพันธมิตรทางการเมืองของทรัมป์ยังตั้งคำถามว่า เขายอมอ่อนข้อให้อิหร่านมากเกินไปหรือไม่เพื่อแลกกับการยุติสงคราม ซึ่งไม่ได้รับการสนับสนุนจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวอเมริกัน
ขณะที่นักวิจารณ์ชี้ว่า ปัจจุบันอิหร่านอยู่ในสถานะที่แข็งแกร่งกว่าเดิม เนื่องจากสามารถต้านทานการโจมตีจากมหาอำนาจอย่างสหรัฐได้ ยังคงควบคุมแคบฮอร์มุซ และยังได้รับการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรทางการเงินที่มีมูลค่าสูง
อิหร่านส่งสัญญาณว่าจะยังคงใช้อำนาจควบคุมช่องแคบฮอร์มุซต่อไป โดยระบุว่าจะเป็นผู้อนุญาตและกำกับการเดินเรือในช่วงเวลา 60 วันของการเจรจา แม้จะไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมใดๆ ในช่วงเวลาดังกล่าวก็ตาม
โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน กล่าวว่า ทรัมป์ลงนามในข้อตกลงดังกล่าวด้วยความสิ้นหวัง พร้อมส่งสัญญาณว่าการเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทรัมป์ประกาศไว้สำหรับการเริ่มต้นสงคราม จะไม่ใช่เรื่องง่าย
“หากฝ่ายอเมริกันต้องการเรียกร้องมากเกินไป เราจะไม่ยอมรับ” โมจตาบาระบุในแถลงการณ์เป็นลายลักษณ์อักษร
อย่างไรก็ตาม อิสราเอลยังคงเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารต่อกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ในเลบานอน โดยเปิดฉากการโจมตีทางอากาศระลอกใหม่ในช่วงเช้าของวันที่ 18 มิถุนายน ส่งผลให้เกิดข้อสงสัยว่าข้อตกลงดังกล่าวจะคงอยู่ได้หรือไม่ และทรัมป์จะพร้อมกดดันพันธมิตรของเขามากแค่ไหน เพื่อให้ยุติปฏิบัติการทางทหารที่ทรัมป์เป็นผู้ให้คำมั่นว่าจะยุติลง
ทรัมป์กล่าวว่า เขาคาดหวังให้เกิดการหยุดยิงอย่างสมบูรณ์ในทุกแนวรบ สหรัฐมุ่งมั่นต่อสันติภาพ และเราสนับสนุนให้ทุกฝ่ายในตะวันออกกลางรักษาความมุ่งมั่นของตน เพื่อเปิดทางให้การเจรจาของเราดำเนินไปอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จ
ข้อตกลงระหว่างสหรัฐและอิหร่านระบุให้มีการยุติสงครามในเลบานอนอย่างถาวร และรับประกันบูรณภาพแห่งดินแดนและอธิปไตยของเลบานอน แต่อิสราเอล ซึ่งไม่ได้เข้าร่วมในการเจรจาดังกล่าว ไยืนยันว่าไม่มีความตั้งใจที่จะถอนกำลังออกจากเลบานอน และยังเผยแพร่แผนที่ฉบับใหม่ที่แสดงเขตยึดครองซึ่งขยายพื้นที่ออกไปมากกว่าเดิม
ทรัมป์ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ปฏิบัติการของอิสราเอลในเลบานอนอย่างเปิดเผย ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งระหว่างสองประเทศครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายทศวรรษ
ขณะที่แวนซ์เตือนอิสราเอลให้เคารพกระบวนการสันติภาพ พร้อมระบุว่า “ถ้าผมเป็นสมาชิกคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลอิสราเอล ผมคงไม่โจมตีพันธมิตรที่ทรงอำนาจเพียงรายเดียวที่ผมยังเหลืออยู่ในโลกนี้”

