หน้าแรก ต่างประเทศ อินโดนีเซีย พ...

อินโดนีเซีย พักโครงการอาหารฟรีช่วงปิดเทอม-จ่อลดขนาดโครงการ ลดภาระงบฯรัฐ

19.06.26 | 11:24 น.
แฟ้มภาพรอยเตอร์

อินโดนีเซีย พักโครงการอาหารฟรีช่วงปิดเทอม-จ่อลดขนาดโครงการ ลดภาระงบฯรัฐ

เมื่อันที่ 19 มิถุนายน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า รัฐบาลอินโดนีเซียจะหยุดพักโครงการอาหารฟรีสำหรับเด็กในช่วงปิดภาคเรียนและจะลดขนาดของโครงการลงด้วย ในความพยายามที่จะลดภาระงบประมาณของภาครัฐลง

นางอากุสตินา อารุมซารี รองหัวหน้าสำนักงานโภชนาการแห่งชาติของอินโดนีเซีย กล่าวว่า โครงการอาหารกลางวันฟรีจะหยุดลงตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายนถึง 13 กรกฎาคม และในอนาคตโครงการจะถูกระงับในช่วงปิดภาคเรียนของโรงเรียนด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ ในช่วงปิดภาคเรียนของปีที่แล้ว ยังมีการแจกจ่ายอาหารตามโครงการอยู่

รองหัวหน้าสำนักงานโภชนาการแห่งชาติกล่าวอีกว่า ทางสำนักงานจะให้เงินสนับสนุนอาหารสำหรับนักเรียนประมาณ 39,000 คน ใน 76 โรงเรียนในพื้นที่ที่ประเมินว่ามีศักยภาพทางเศรษฐกิจในการตอบสนองความต้องการด้านโภชนาการ และจะเปลี่ยนไปให้ความช่วยเหลือแก่นักเรียนในพื้นที่ห่างไกลแทน

มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างองค์กรและการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
นอกจากนี้ ยังมีการให้คำมั่นว่าจะปรับปรุงระบบธรรมาภิบาลและการกำกับดูแล หลังจากอดีตหัวหน้าหน่วยงานถูกจับกุมเมื่อต้นเดือนนี้ จากข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชันที่เชื่อมโยงกับโครงการอาหารกลางวันฟรีดังกล่าว

สำหรับงบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรให้กับโครงการในปีนี้ถูกตัดลดลงเหลือ 268 ล้านล้านรูเปียห์ หรือประมาณ 4.96 แสนล้านบาท จาก 335 ล้านล้านรูเปียห์ และทางหน่วยงานยังมีแผนที่จะเสนอให้ลดการใช้จ่ายในปีหน้าลงจากแผนเดิมที่วางไว้ที่ 270 ล้านล้านรูเปียห์

Advertisement

“เราคิดว่าตัวเลขนี้สูงเกินไป ด้วยงบประมาณที่เรามี เราสามารถลดและทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้” อารุมซารีกล่าว และว่า หน่วยงานจะตัดเงินอุดหนุนสำหรับครัวประกอบอาหารที่ปิดทำการในช่วงปิดภาคเรียน ซึ่งอาจช่วยประหยัดงบฯได้ประมาณ 3.4 ล้านล้านรูเปียห์ นอกจากนี้ยังอาจมีการตัดลดโครงการเพิ่มเติมหลังจากพิจารณาจากสภาพสังคมและเศรษฐกิจแล้ว โดยครัวประกอบอาหารที่ให้บริการผู้รับผลประโยชน์จำนวนน้อยหรือไม่ผ่านมาตรฐานที่กำหนด อาจถูกสั่งปิดได้

ก่อนหน้านี้โครงการอาหารกลางวันฟรีของรัฐบาลประธานาธิบดีซูเบียนโต ปราโบโว ถูกวิจารณ์อย่างหนักเนื่องจากปัญหาอาหารเป็นพิษที่ทำให้เด็กนักเรียนล้มป่วยนับพันคน และยังเผชิญการกล่าวหาว่ามีการทุจริตในการบริหารจัดการ ส่งผลให้สังคมเกิดความกังวลอย่างมากต่อความปลอดภัยและคุณภาพของนโยบายนี้ที่เป็นหนึ่งในนโยบายเรือธงของรัฐบาลปราโบโว