หน้าแรก ต่างประเทศ กัมพูชาชี้ ส่...

กัมพูชาชี้ ส่งหนังสือประท้วงไทยแล้ว 42 ฉบับ เรื่องละเมิดพรมแดน ‘ฮุน มาเนต’ ประณามไทย ‘มัดมือชก’

23.06.26 | 13:17 น.
hun manet

กัมพูชาชี้ ส่งหนังสือประท้วงไทยแล้ว 42 ฉบับ เรื่องละเมิดพรมแดน ‘ฮุน มาเนต’ ประณามไทย ‘มัดมือชก’

เว็บไซต์ขแมร์ไทม์ส รายงานว่า เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน รัฐบาลกัมพูชาได้ยื่นหนังสือประท้วงการทูตอย่างเป็นทางการ 42 ฉบับ เรื่องการละเมิดพรมแดนของไทย ที่มีขึ้นตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว โดยระบุว่า เอกสารเหล่านี้มีความสำคัญ เพราะเป็นการรักษาสถานะทางกฎหมายของประเทศ ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ ขณะเดียวกัน ก็ได้ส่งคำร้องอีก 9 ฉบับ ไปยังประเทศไทย เพื่อเรียกร้องให้ไทยกลับมาดำเนินการตามกระบวนการของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม หรือ เจบีซี (JBC) เพื่อปักปันเขตแดนต่อไป

ขณะที่ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ประณามการกระทำของทหารไทยตามแนวชายแดน โดยระบุว่า จะไม่ยอมรับความพยายามฝ่ายเดียวของไทยในการเปลี่ยนแปลงเส้นเขตแดนผ่านวิธีการมัดมือชก หรือการสร้างสถานการณ์ให้ยอมรับโดยปริยาย พร้อมกันนี้ยังได้เรียกร้องให้ทางการไทย เร่งแต่งตั้งประธานคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม หรือ เจบีซี ฝ่ายไทย และกลับมาเริ่มต้นปฏิบัติงานด้านการสำรวจและปักปันเขตแดนร่วมกันโดยทันที

นายเพน โบนา โฆษกรัฐบาลกัมพูชา กล่าวในการแถลงข่าวประจำวันของรัฐบาล เมื่อวันที่ 22 มิถุนายนว่า เจบีซีของกัมพูชา ได้เรียกร้องให้ไทยแต่งตั้งประธาน เจบีซี จัดการประชุมทวิภาคีพิเศษขึ้น และส่งทีมสำรวจร่วม (JST) เพื่อดำเนินการสำรวจและปักปันเขตแดนต่อไป หลังจากกระบวนการดังกล่าวได้ถูกระงับไปหลังจากเกิดความขัดแย้งชายแดนกัน

โบนา
.khmertimeskh.com

นายโบนา กล่าวว่า มีการส่งหนังสือประท้วงทางการทูต 9 ฉบับ เพื่อขอให้คณะทำงานเจบีซี กลับมาทำงานอีกครั้ง นับตั้งแต่การหยุดยิงครั้งที่ 2 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 27 ธันวาคมปีที่แล้ว

ช่วงเวลาเดียวกัน มีการยื่นหนังสือประท้วงทางการทูต 32 ฉบับ เกี่ยวกับสิ่งที่ระบุว่าเป็นกิจกรรมที่ผิดกฎหมายของกองกำลังฝ่ายไทย ในพื้นที่ที่ยึดครองไปอย่างผิดกฎหมายภายในดินแดนของกัมพูชา ทั้งนี้ นับตั้งแต่การหยุดยิงครั้งแรกมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม จำนวนหนังสือประท้วงทางการทูตได้เพิ่มขึ้นเป็น 42 ฉบับ

Advertisement

นายโบนา กล่าวด้วยว่า หนังสือประท้วงเหล่านี้มีความสำคัญทางกฎหมาย เพราะเป็นการแสดงออกอย่างเป็นทางการ ถึงการปฏิเสธการละเมิดบูรณภาพดินแดนใดๆ และเป็นการรักษาสถานะทางกฎหมายของประเทศ ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ

โดยระบุว่า หนังสือประท้วงเหล่านี้เป็นเอกสารทางกฎหมายที่ขาดไม่ได้สำหรับการแก้ไขข้อพิพาทชายแดนตามกฎหมายระหว่างประเทศ และสำหรับการรักษาสถานะทางกฎหมายของข้อพิพาท

และว่า นี่คือเหตุผลที่รัฐบาลกัมพูชา ได้ยื่นหนังสือประท้วงต่อการละเมิดทุกกรณีที่ประเทศไทยกระทำโดยไม่มีข้อยกเว้น เพราะการประท้วงเหล่านี้จะเป็นหลักฐานทางกฎหมาย

นายโบนา กล่าวเสริมว่า การร้องขอซ้ำๆ ให้ไทยกลับมาดำเนินกิจกรรมของ เจบีซี นั้น สอดคล้องกับรายงานการประชุมพิเศษ เจบีซี ที่มีขึ้นเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ปีที่ผ่านมา และตามข้อ3 ของแถลงการณ์ร่วมที่มีขึ้นหลังการประชุมพิเศษครั้งที่ 3 ของคณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือ จีบีซี (GBC) เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม ปีที่แล้ว ซึ่งแถลงการณ์ร่วมดังกล่าว ได้ให้ความสำคัญสูงสุดแก่ เจบีซี กัมพูชา-ไทย ในการกลับมาดำเนินการสำรวจภาคสนามและปักปันพรมแดนโดยเร็วที่สุด เพื่อให้พลเรือนที่พลัดถิ่นสามารถกลับไปอยู่บ้านได้อย่างปลอดภัยและมีศักดิ์ศรี

ด้านนาย คิน เพีย อธิบดีสถาบันความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ของกัมพูชา กล่าวเมื่อวันที่ 22 มิถุนายนว่า คำขอให้มีการประชุมเจบีซี ทั้ง 9 ครั้ง และหนังสือประท้วงทางการทูต 42 ฉบับ มีความสำคัญทางกฎหมายอย่างมาก สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการระงับข้อพิพาทอย่างสันติ การทูตและกฎหมายระหว่างประเทศ หนังสือประท้วงยักษาไว้ซึ่งสิทธิทางกฎหมายของกัมพูชา โดยทำให้ชัดเจนว่า การรุกรานของทหารของไทย หรือการละเมิดอธิปไตย หรือเส้นเขตแดนใดๆ ที่กำหนดขึ้นโดยใช้กำลังหรือการกระทำที่เกิดขึ้นแล้วนั้น เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ขณะเดียวกัน ความลังเลของไทยที่จะตอบสนองผ่านกลไกที่ตกลงกันไว้ บ่งชี้ถึงความไม่เต็มใจที่จะแก้ไขข้อพิพาทอย่างสันติ ซึ่งทำให้สถานะทางกฎหมายและศีลธรรมของไทยอ่อนแอลง