หน้าแรก ต่างประเทศ ยูเอ็นเผย กอง...

ยูเอ็นเผย กองทัพเมียนมาสังหารพลเรือนกว่า 700 ชีวิต ใน 6 เดือน

23.06.26 | 14:37 น.
โวลเกอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ / REUTERS

ยูเอ็นเผย กองทัพเมียนมาสังหารพลเรือนกว่า 700 ชีวิต ใน 6 เดือน

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา รายงานจากสำนักงานเพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติเปิดเผยว่า กองทัพเมียนมาสังหารพลเรือนกว่า 700 ราย ในช่วงระหว่างการเลือกตั้ง 6 เดือนเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการยืนยันแล้วว่าในจำนวนนี้เป็นผู้หญิง 224 ราย และเด็ก 153 ราย

รายงานระบุว่า ภูมิภาคสะกายเป็นพื้นที่ที่อันตรายที่สุดสำหรับพลเรือน เนื่องจากกองทัพเมียนมาได้เข้ายึดพื้นที่ส่วนใหญ่ โดยมีพลเรือนเสียชีวิตบริเวณสะกายราว 191 ราย เป็นผู้หญิง 60 ราย และเด็ก 30 ราย ทั้งนี้ การโจมตีทางอากาศยังคงเป็นสาเหตุหลักของการทำลายชีวิตและทรัพย์สิน

การโจมตีเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา เกิดขึ้นขณะที่ประชาชนกำลังจัดงานถือเทียนเพื่อเฉลิมฉลองการสิ้นสุดเทศกาลเข้าพรรษาของศาสนาพุทธ และมีจุดประสงค์เรียกร้องให้มีการปล่อยตัวนักโทษทางการเมือง ต่อต้านการบังคับเกณฑ์ทหาร และปฏิเสธการเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรม การโจมตีครั้งนี้ส่งผลให้พลเรือนเสียชีวิตทั้งสิ้น 23 ราย เป็นเด็ก 4 ราย และมีผู้บาดเจ็บกว่า 60 ราย

ถัดมา ในเดือนธันวาคม กองทัพใช้เครื่องบินอากาศโจมตีร้านชาแห่งหนึ่งในเมืองตาบายิน ภูมิภาคสะกาย ขณะที่ประชาชนกำลังรวมตัวเพื่อรับชมการแข่งขันฟุตบอล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 19 ราย และบาดเจ็บกว่า 20 ราย นอกจากนี้ รายงานยังกล่าวถึงกรณีการทารุณชาวโรฮีนจาที่ถูกบังคับให้เข้าร่วมกองทัพอาระกัน รวมถึงการสังหาร การบังคับจับกุม และการใช้ความรุนแรงทางเพศ

โวลเกอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ กล่าวว่า “ชาวเมียนมาไม่เพียงแต่กำลังทุกข์ทรมานเพราะการใช้ความรุนแรงของกองทัพ หากยังค่อย ๆ ถูกลืมเลือนจากผู้คนนอกประเทศอีกด้วย” โดยย้ำว่า หากความช่วยเหลือระหว่างประเทศยังคงลดลงเช่นนี้ จะทำให้ความเป็นอยู่ของชาวเมียนมานับล้านเลวร้ายลงอย่างมาก

Advertisement

กองทัพเมียนมาเข้ายึดอำนาจผ่านการรัฐประหารและใช้ความรุนแรงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2021 จนก่อให้เกิดสงครามกลางเมือง ซึ่งคร่าชีวิตพลเรือนหลายหมื่นราย และเกิดผู้พลัดถิ่นนับล้านคน  อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมิน อ่อง ไลง์ ผู้นำการรัฐประหารได้กลายเป็นประธานาธิบดีเมียนมาอย่างเป็นทางการ ผ่านการสร้างกติกาการเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรม อาทิ ห้ามไม่ให้พรรคการเมืองยอดนิยมหลายพรรคลงสมัครรับเลือกตั้ง และไม่อนุญาตให้พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศมีสิทธิเลือกตั้งเนื่องจากสงครามกลางเมือง ดังนั้น รัฐสภาจึงเต็มไปด้วยผู้ภักดีต่อเขา โดยกองทัพได้รับการรับประกันที่นั่งหนึ่งในสี่ และพรรค USDP ซึ่งเป็นพรรคของกองทัพ ได้รับที่นั่งที่เหลือเกือบ 80% ในการเลือกตั้งที่เอื้อประโยชน์ต่อกองทัพอย่างมาก