ผาสุก พงษ์ไพจิตร และคริส เบเกอร์ คู่สามีภรรยานักวิชาการ ได้รับรางวัลฟุกุโอกะ (Grand Prize) รางวัลสำหรับผู้ผลิตผลงานด้านวัฒนธรรมและความรู้เกี่ยวกับทวีปเอเชียอันโดดเด่น ของเมืองฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ได้รับเงินรางวัล 5 ล้านเยน หรือราว 1.5 ล้านบาท
คณะกรรมการมอบรางวัลฟุกุโอกะ ยกย่องผาสุก นักเศรษฐศาสตร์ชาวไทย และเบอเกอร์ นักประวัติศาสตร์ ถึงการวิเคราะห์อย่างครอบคลุมโดยใช้ความรู้ในหลากหลายสาขาวิชาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยนับตั้งแต่ช่วงการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วในช่วงทศวรรษที่ 80 ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ที่อยู่บนพื้นฐานของวิธีคิดแบบตะวันตกและตะวันออกร่วมกัน
ผลงานวิจัยโดดเด่นของนักวิชาการทั้งสองคนหลายชิ้น รวมไปถึง “Thailand’s Boom!” ที่ตีพิมพ์เผยแพร่ในปี 2539 เนื้อหากเกี่ยวกับ วัฒนธรรมและการแตกแขนงแยกย่อยในสังคมในยุคเศรษฐกิจฟองสบู่ช่วงต้นศตวรรษที่ 90 ขณะที่ผลงาน “Thailand Crisis” ตีพิมพ์ปี 2543 เป็นการวิเคราะห์ผลของเศรษฐกิจตกต่ำในยุค 2540
นอกจากนี้ยังมีผลงานอย่าง “History of Thailand” ตีพิมพ์ในปี 2548 ที่ถูกเขียนให้เป็น “หนังสือเรียนยุคใหม่” แต่งานที่ได้รับการอภิปรายมากที่สุดคือผลงานแผลวรรณกรรมไทยเป็นภาษาอังกฤษอย่าง “ขุนช้างขุนแผนฉบับวัดเกาะ” ในชื่อ “The Tale of Khun Chang Khun Phaen” ตีพิมพ์ในปี 2555
ผาสุก พงษ์ไพจิตร เป็นนักเศรษฐศาสร์จบการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขณะที่ เบเกอร์ เป็นนักประวัติศาสตร์ จบจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ โดยทั้งคู่กลับมาอาศัยในประเทศไทยตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 70
ทั้งนี้ รางวัลฟุกุโอกะ ริเริ่มขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2533 เพื่อยกย่องนักวิชาการ ศิลปิน หรือองค์กรที่ทำงานเพื่ออนุรักษ์และสร้างสรรค์วัฒนธรรมเอเชีย รางวัลฟุกุโอกะ มี 3 ประเภทด้วยกันคือ รางวัล “Grand Prize” ซึ่งเป็นรางวัลใหญ่ “Academic Prize” เกี่ยวกับผลงานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับสังคมหรือมนุษยศาสตร์ในเอเชียที่โดดเด่น และ “Art and Culture Prize” รางวัลสำหรับงานที่เกี่ยวกับศิลปะวัฒนธรรมเอเชีย โดย “Academic Prize” และ “Art and Culture Prize” จะได้รับเงินรางวัลรางวัลละ 3 ล้านเยน หรือราว 9 แสนบาท ทั้งนี้นับเป็นครั้งที่สองที่นักวิชาการจากประเทศไทยได้รับรางวัล Grand Prize โดยก่อนหน้านี้เป็น หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล นักประวัติศาสตร์ศิลปะและโบราณคดี
ขณะที่ชาวไทยที่เคยได้รางวัลอื่นๆเช่น ชาญวิทย์ เกษตรศิริ นักประวัติศาสตร์ (Academic Prize) อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ผู้กำกับภาพยนตร์ (Art and Culture Prize) ถวัลย์ ดัชนี จิตรกร (Academic Prize) รวมถึง นิธิ เอียวศรีวงศ์ นักคิดนักเขียน นักประวัติศาสตร์ (Art and Culture Prize) เป็นต้น

