หน้าแรก ต่างประเทศ สีหศักดิ์หารื...

สีหศักดิ์หารือ รมว.กต.คาซัค ลงนามโรดแมป กระชับความร่วมมือรอบด้าน

25.06.26 | 15:39 น.

สีหศักดิ์หารือ รมว.กต.คาซัค ลงนามโรดแมป กระชับความร่วมมือรอบด้าน

วันที่ 25 มิถุนายน ที่ประเทศคาซัคสถาน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เข้าพบนายเยียร์เมค โคเชียร์บาเยฟ รัฐมนตรีต่างประเทศคาซัคสถาน ซึ่งเป็นการเยือนตามคำเชิญเพื่อกระชับความร่วมมือระหว่างไทยกับคาซัคสถาน

หลังการหารือเสร็จสิ้น นายสีหศักดิ์และนายเยียร์เมคร่วมกันลงนามในแผนปฏิบัติการสำหรับปี 2027 และ 2028 เพื่อเป็นโรดแมปในการดำเนินงานจริงเพื่อกระชับความร่วมมือในด้านสำคัญต่างๆ

นายสีหศักดิ์ย้ำบทบาทที่แข็งแกร่งของทั้งสองประเทศในเวทีโลกและระดับภูมิภาค โดยเฉพาะในเอเชียกลางและระดับพหุภาคี ความร่วมมือผ่านกรอบการทำงานต่างๆ เช่น CICA, BRICS และ Asia Cooperation Dialogue (ACD) ในโอกาสที่ไทยจะเป็นประธานอาเซียนในปี 2028 หวังที่จะเห็นคาซัคสถานเข้ามาเป็นพันธมิตรของอาเซียนมากขึ้น และไทยเองก็มีความสนใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มความร่วมมือระหว่าง 5 ประเทศในเอเชียกลางกับประเทศคู่เจรจาภายนอก (C5+1)

นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ในส่วนความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าทั้งสองประเทศต้องการตั้งเป้าหมายที่ทะเยอทะยาน โดยต้องการเพิ่มมูลค่าการค้าให้ถึง 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใน 5 ปีข้างหน้า (จากปัจจุบันที่กำลังเติบโตอยู่ที่ 11%) ขณะที่ในด้านความมั่นคง ประเทศไทยต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารให้แก่คาซัคสถาน ในขณะที่คาซัคสถานสามารถช่วยสนับสนุนด้านความมั่นคงทางพลังงานให้แก่ไทยได้ พร้อมกับเน้นถึงการพัฒนาความร่วมมือในด้านการโรงแรมและการบริการ รวมถึงการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ซึ่งเป็นสาขาที่ทั้งสองประเทศสามารถทำงานร่วมกันได้

นายสีหศักดิ์กล่าวต่อว่า ไทยต้องการใช้คาซัคสถานเป็นประตูสู่เอเชียกลาง และเริ่มการเจรจากับสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (Eurasian Economic Union – EAEU) โดยขอให้คาซัคสถานช่วยสนับสนุนในเรื่องนี้

Advertisement

รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวจากคาซัคสถานเดินทางมาไทยเกือบ 200,000 คน และมีความต้องการที่จะเพิ่มจำนวนนี้ให้มากขึ้นและเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว จำเป็นต้องเพิ่มการเชื่อมต่อ ทั้งการเพิ่มเที่ยวบิน สายการบิน และการเชื่อมโยงด้านโลจิสติกส์ระหว่างกัน

ด้านนายเยียร์เมคกล่าวว่าประเทศไทยเป็นประตูสำคัญสู่ตลาดอาเซียน (ASEAN) ในขณะเดียวกัน ไทยก็สามารถใช้คาซัคสถานเป็นช่องทางเข้าสู่ตลาดเอเชียกลางและสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชียได้เช่นกัน พร้อมกันนี้ได้เชิญชวนให้นักลงทุนไทยเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมที่เน้นการส่งออกและการแข่งขันในคาซัคสถาน นอกจากนี้ยังมีการหารือเรื่องการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ เนื่องจากไทยมีความโดดเด่นในด้านระบบสาธารณสุข ซึ่งทั้งสองประเทศสามารถแลกเปลี่ยนความเชี่ยวชาญร่วมกันได้