หน้าแรก ต่างประเทศ ศาลฎีกาเขมร ย...

ศาลฎีกาเขมร ยืนโทษจำคุก 14 ปี 2 นักข่าว ฐานกบฎ ปมแพร่ภาพระเบิดปราสาทตาควาย

25.06.26 | 16:35 น.

ศาลฎีกาเขมร ยืนโทษจำคุก 14 ปี 2 นักข่าว ฐานกบฎ ปมแพร่ภาพระเบิดปราสาทตาควาย

เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ศาลฎีกากัมพูชามีคำพิพากษายืนโทษจำคุก 14 ปี 2 นักข่าว ในข้อหากบฏ จากกรณีที่มีการโพสต์ภาพถ่ายเมื่อปีที่ผ่าน ซึ่งเกี่ยวข้องกับเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งแสดงภาพของระเบิด PMN-2 ที่ถูกร้อยเป็นพวงวางไว้ในบริเวณปราสาทตาควาย ทำให้กลุ่มสิทธิมนุษยชนออกมากล่าวหาว่า รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ว่ากำลังใช้อิทธิพลเหนือศาลเพื่อปราบปรามเสรีภาพสื่อ

คัง โพเธ วีเรียก หนึ่งในทีมทนายความฝ่ายจำเลย เผยว่า ศาลฎีกามีคำตัดสินหลังการพิจารณาคดีเพียงไม่นาน โดยระบุว่าการตัดสินลงโทษพร โสเพียบ จากสำนักข่าว Battambang Post TV Online และเพียบ เพียรา จาก TSP 68 TV Online เป็นเรื่องถูกต้องตามกฎหมายกัมพูชา

ไบโอนี เลา รองผู้อำนวยการฝ่ายเอเชียของงฮิวแมนไรท์วอทช์ ให้สัมภาษณ์กับเอพีว่า การดำเนินคดีที่ไม่เป็นธรรมและโทษจำคุกอันโหดร้ายที่มอบให้แก่นักข่าวทั้งสองคนนี้ แสดงให้เห็นถึงการดูหมิ่นเสรีภาพสื่อของทางการกัมพูชา

“ด้วยการทำให้การทำข่าวเป็นอาชญากรรมและการจำคุกนักข่าว รัฐบาลของฮุน มาเนต กำลังจำกัดแหล่งข้อมูลอิสระสำหรับประชาชนชาวกัมพูชา และขัดขวางความสามารถของนักข่าวในการบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับกัมพูชาให้แก่โลก” เลาระบุ

เนธ เพียกตรา รัฐมนตรีสารสนเทศกัมพูชา ออกมาปกป้องคำตัดสินของศาล โดยยืนยันว่าศาลได้วินิจฉัยคดีอย่างเป็นอิสระและเป็นไปตามกฎหมาย ซึ่ง คุ้มครองการทำงานของสื่อมวลชน ควบคู่กับการปกป้องความมั่นคงแห่งชาติ เสถียรภาพทางการเมือง และการป้องกันประเทศ

Advertisement

“กัมพูชาเคารพเสรีภาพสื่ออย่างเต็มที่ และตระหนักถึงบทบาทสำคัญของนักข่าวในสังคมประชาธิปไตย อย่างไรก็ตาม นักข่าวก็เป็นเช่นเดียวกับประชาชนทุกคน ต้องแยกให้ออกระหว่างการทำข่าวที่ชอบด้วยกฎหมายกับการกระทำที่ละเมิดกฎหมาย เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเป็นสิทธิที่ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ใช่สิทธิที่ไม่มีขอบเขต และไม่ได้หมายความว่าจะได้รับเอกสิทธิ์คุ้มกันจากความรับผิดทางอาญา” เพียกตรากล่าว

ทั้งนี้ กัมพูชาถูกจัดอันดับที่ 161 จากทั้งหมด 180 ประเทศและดินแดนในดัชนีเสรีภาพสื่อโลกปี 2025 ของ Reporters Without Borders ซึ่งจัดให้กัมพูชาอยู่ในกลุ่มประเทศที่สถานการณ์เสรีภาพสื่อ “ร้ายแรงมาก”

นักข่าวทั้งสองถูกจับกุมเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ขณะเดินทางกลับจากการลงพื้นที่ทำข่าวบริเวณชายแดน โดยถูกกล่าวหาว่าโพสต์ภาพถ่ายที่ถ่ายในเขตทหารหวงห้ามลงบนเฟซบุ๊ก ซึ่งทั้งคู่ปฏิเสธข้อกล่าวหาและยืนยันว่าพวกเขาได้รับอนุญาตให้เข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวอย่างถูกต้อง

ภาพหนึ่งที่แสดงให้เห็นกับระเบิดตามแนวชายแดนถูกสื่อไทยหลายแห่งนำไปเผยแพร่ต่ออย่างกว้างขวาง และกลายเป็นข้อมูลสนับสนุนข้อกล่าวอ้างของฝ่ายไทยที่ระบุว่ากัมพูชาได้วางกับระเบิดใหม่ตามแนวชายแดน จนทำให้ทหารไทยที่ลาดตระเวนได้รับบาดเจ็บ

ฝ่ายกัมพูชาปฏิเสธข้อกล่าวหานี้อย่างเป็นทางการ โดยยืนยันว่าได้ปฏิบัติตามข้อตกลงระหว่างประเทศที่ห้ามใช้ทุ่นระเบิด และระบุว่ากับระเบิดที่พบอาจเป็นวัตถุที่หลงเหลือจากสงครามและความขัดแย้งภายในประเทศที่ยุติลงตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1990