หน้าแรก ต่างประเทศ อิหร่านฉุน! เ...

อิหร่านฉุน! เรือบรรทุกน้ำมันฝ่าคำขู่ เดินเรือเส้นทางใหม่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซสำเร็จ

25.06.26 | 17:06 น.
ฮอร์มุซ
(Amirhosein Khorgooi/ISNA via AP)

อิหร่านฉุน! เรือบรรทุกน้ำมันฝ่าคำขู่ เดินเรือเส้นทางใหม่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซสำเร็จ

สำนักข่าวเอพีรายงานว่า เรือบรรทุกน้ำมันไลบีเรีย ได้แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ สำเร็จ เมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา แม้ว่าจะมีคำขู่จากกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติของอิหร่าน โดยใช้เส้นทางใหม่ที่ใกล้กับชายฝั่งโอมาน ตามที่หน่วยงานทางทะเลของสหประชาชาติแนะนำ

ข่าวระบุว่า การแล่นผ่านของเรือ “สโตอิก วอร์ริเออร์” และการข่มขู่คุกคามดังกล่าว มีขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกา ที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น เกี่ยวกับเงื่อนไขในข้อตกลงชั่วคราว ที่มีเป้าหมายเพื่อยุติสงครามอิหร่านอย่างถาวร

โดยอิหร่านกับสหรัฐ ยังคงถกเถียงกันอย่างหนักเกี่ยวกับเงื่อนไขของข้อตกลงที่เพิ่งลงนามยุติสงครามไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ประเด็นการนำเรือผ่านปากช่องแคบของอ่าวเปอร์เซีย ไปจนถึงอนาคตของคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงของอิหร่าน

ซึ่งจากการลงนามในบันทึกความเข้าใจสหรัฐและอิหร่าน ได้ตกลงร่วมกันที่จะใช้กรอบเวลา 60 วัน เพื่อแก้ไขในรายละเอียดเหล่านี้และรายละเอียดอื่นๆ ซึ่งระหว่างที่การเจรจาแบบลับยังไม่บรรลุผล ผู้นำของทั้งสองประเทศจะยังคงเปิดฉากเจรจาตอบโต้กันผ่านพื้นที่สาธารณะต่อไป ส่งผลให้เพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้ข้อตกลงหยุดยิงอันเป็นเรื่องเปราะบางในภูมิภาคนี้ต้องล่มสลายลง

ข่าวระบุว่า เรือสโตอิก วอร์ริเออร์ ได้ส่งสัญญาณว่ามีแผนที่จะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ได้เริ่มออกเดินทางในช่วงเช้าตรู่ของวันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน โดยแล่นเลียบชายฝั่งของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และโอมาน จากนั้น ได้อ้อมคาบสมุทรมูซันดัม ของโอมาน ในระยะที่ค่อนข้างชิดชายฝั่ง ซึ่งเส้นทางนี้เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางที่โอมานกำหนดร่วมกับองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ซึ่งเป็นหน่วยงานของสหประชาชาติที่ดูแลการขนส่งทางทะเล

Advertisement

โดยทางตอนเหนือของเส้นทางสายใหม่นี้ คือ ระบบแบ่งช่องจราจรทางเรือ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือหลักใจกลางช่องแคบฮอร์มุซ ที่เรือต่างๆเคยใช้สัญจรผ่านไปมาได้อย่างเสรีมานายหลายทศวรรษ และเส้นทางสายหลักดังกล่าวเป็นช่องทางในการขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติราว 1 ใน 5 ของปริมาณการขนส่งทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม มีรายงานตรวจพบทุ่นระเบิดอย่างน้อย 1 ลูก ในบริเวณน่านน้ำดังกล่าว หลังจากกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน เผยว่า ได้ทำการวางทุ่นระเบิดในช่องทางเดินเรือระหว่างสงคราม ซึ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ จากการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอลต่ออิหร่าน โดยภัยคุกคามจากทุ่นระเบิดดังกล่าว ส่งผลให้เส้นทางหลักนี้ต้องถูกปิดตัวลง

ทั้งนี้ ก่อนหน้าที่จะมีการบรรลุข้อตกลง เรือบางลำสามารถเดินทางออกจากช่องแคบได้บ้างแล้ว โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทัพสหรัฐ แต่ความพยายามของหน่วยงานของสหประชาชาติในครั้งนี้ ถือเป็นมาตรการล่าสุดในการปลดปล่อยเรือสินค้าที่ยังคงติดค้างอยู่

โดยเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน บริษัทเดินเรือยักษ์ใหญ่อย่าง เมอร์สก์ แจ้งว่า เรือขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ “เมอร์สก์ บัลติมอร์” และเรือเช่าเหมาลำอีกลำหนึ่ง ได้เดินทางออกจากช่องแคบฮอร์มุซสำเร็จแล้วเช่นกัน

ขณะที่กองกำลังทางเรือของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม ซึ่งดูเหมือนจะออกมาตอบโต้ต่อเส้นทางใหม่ของ IMO โดยออกคำเตือนอย่างเกรี้ยวกราดเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ว่า ผ่านสำนักข่าว IRNA ของทางการอิหร่านว่า “เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา หน่วยงานบางแห่งได้ประกาศเส้นทางใหม่สำหรับการสัญจรของเรือในช่องแคบฮอร์มุซ โดยไม่มีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้าหรือประสานงานกับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ และอันตรายอย่างยิ่ง”

และว่า “ขอแจ้งให้ทุกฝ่ายทราบโดยทั่วกันว่า เส้นทางเดียวที่ได้รับอนุญาตให้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ คือ เส้นทางที่ประกาศโดยสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านเท่านั้น การสัญจรของเรือภายนอกเส้นทางเหล่านี้ ถือเป็นเรื่องอันตรายอย่างร้ายแรงและเป็นสิ่งที่ต้องห้าม ผู้ฝ่าฝืนจะถูดำเนินการขั้นเด็ดขาด”

อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่เรือสโตอิก วอร์ริเออร์ เดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซนั้น ไม่มีรายงานว่าเกิดการเผชิญหน้าใดๆ ขณะที่ข้อมูลจากระบบติดตามเรือ ชี้ว่า มีเรืออีกหลายลำที่แล่นตามหลังเรือสโตอิก วอร์ริเออร์ มาเป็นแถว