เบรกแผนทรัมป์! ศาลสั่งระงับเกณฑ์จำกัดเงินกู้ยืม นศ.พยาบาล-สธ. ชี้กระทบชุมชนขาดแคลนหมอ
สำนักข่าวเอพีรายงานว่า ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกา ได้สั่งระงับบางส่วนของแผนการของรัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะจำกัดการเข้าถึงเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาสำหรับนักศึกษาที่กำลังศึกษาต่อในระดับบัณฑิตศึกษา สาขาการพยาบาล กายภาพบำบัด สาธารณสุข และสาขาอื่นๆ
สมาคมผู้ปฏิบัติการพยาบาลขั้นสูงแห่งอเมริกา ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ยื่นเรื่องฟ้อง ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยระบุว่า “คำตัดสินนี้เป็นก้าวสำคัญสำหรับนักศึกษาพยาบาลเวชปฏิบัติ กลุ่มแรงงานด้านสาธารณสุขในอนาคต และผู้ป่วยที่ต้องพึ่งพาพวกเขา”
โดยประเด็นที่เป็นปัญหาคือการจำกัดเพดานเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาของรัฐบาลกลาง ซึ่งผ่านการอนุมัติให้เป็นส่วนหนึ่งของกฎหมาย One Big Beautiful Bill Act และมีกำหนดเริ่มบังคับใช้ในเดือนกรกฎาคมนี้
ขณะที่ก่อนหน้านี้ นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาสามารถกู้ยืมเงินได้สูงสุดเท่ากับค่าใช้จ่ายจริงของหลักสูตร แต่กฎหมายมีการกำหนดวงเงินจำกัด โดยหลักสูตรที่ถูกจัดให้อยู่ในประเภทโปรแกรม “บัณฑิตศึกษา” ซึ่งจะถูกจำกัดเพดานเงินกู้ไว้ที่ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่หลักสูตร “วิชาชีพ” จะถูกจำกัดเพดานไว้ที่ 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ
ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการของสหรัฐ ได้กำหนดให้สาขาวิชาต่อไปนี้ เป็นหลักสูตรวิชาชีพ ได้แก่ เภสัชศาสตร์, ทันตแพทยศาสตร์, สัตวแพทยศาสตร์, การแพทย์แผนโบราณและการจัดกระดูก, กฎหมาย, แพทยศาสตร์, ทัศนมาตรศาสตร์, ศัลยศาสตร์ออร์โทพีดิกส์, เวชศาสตร์เท้า และ เทววิทยา หรือ ศาสนศาสตร์
โดยกลุ่มองค์กรต่างๆ จำนวน 8 กลุ่ม ซึ่งเป็นตัวแทนของพยาบาลเวชปฏิบัติ, นักบำบัด, บุคลากรด้านสาธารณสุข, นักแก้ไขการพูดและภาษา, ผู้ช่วยแพทย์ และสาขาอื่นๆ ได้ร่วมกันยื่นฟ้อง เนื่องจากสาขาเหล่านี้ทั้งหมด ถูกคัดออกและไม่รวมอยู่ในการนิยามความหมายใหม่ดังกล่าว
ซึ่งกลุ่มผู้ฟ้องร้องอ้างว่า กฎเกณฑ์นี้จะบีบบังคับให้นักศึกษาต้องละทิ้งการศึกษาของตนเอง หรือไม่ก็ต้องยอมแบกรับภาระจากการกู้ยืมเงินจากภาคเอกชนที่มีเงื่อนไขที่หนักหนาสาหัส
โดยในการสั่งระงับคำนิยามของคำว่า “ปริญญาวิชาชีพ” ของกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อช่วงค่ำวันพุธที่ 24 มิถุนายน เบอริล โฮเวลล์ ผู้พิพากษาศาลแขวงสหรัฐ พบข้อบกพร่องในการที่หน่วยงานได้ทำการปรับปรุงหลักเกณฑ์ ซึ่งเป็นการเพิ่ม “ข้อกำหนดที่เข้มงวดเกินไป” เข้าไปในคำนิยาม โดยข้อกำหนดใหม่เหล่านั้น ระบุว่า ผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาวิชาชีพ จะต้องทำงานโดยอิสระจากการควบคุมดูแลของวิชาชีพอื่น
โฮเวลล์กล่าวว่า รัฐสภาไม่ได้มอบอำนาจนี้ให้แก่กระทรวงศึกษาธิการ และได้แสดงความกังวลว่า การสูญเสียโอกาสของนักศึกษาในอนาคตจะส่งผลเสียต่อสาธารณชน โดยเฉพาะในชุมชนที่ขาดแคลนโอกาส ซึ่งอาจต้องเผชิญกับการขาดแคลนบริการด้านการแพทย์และบริการวิชาชีพที่สำคัญอื่นๆ
อย่างไรก็ตาม คำตัดสินนี้ไม่ได้เป็นการสั่งระงับการจำกัดเพดานเงินกู้ยืม เพียงแต่สั่งระงับเกณฑ์การนิยามความหมายใหม่ของหลักสูตรปริญญาวิชาชีพเท่านั้น
ทั้งนี้ แถลงการณ์ของกระทรวงศึกษาธิการสหรัฐระบุว่า ทางกระทรวงกำลังทบทวนคำสั่งดังกล่าวและจะดำเนินการอย่างเหมาะสมต่อไป ซึ่งก่อนหน้านี้ทางกระทรวงได้เคยออกมาปกป้องการจำกัดเพดานเงินกู้ โดยระบุว่า มาตรการนี้ช่วยกระตุ้นให้วิทยาลัยและมหาวิทยาลัยต่างๆ ลดค่าเล่าเรียนลงแล้ว
ขณะเดียวกัน การฟ้องร้องโดยกลุ่มรัฐที่นำโดยพรรคเดโมแครต ซึ่งคัดค้านการจำกัดเพดานเงินกู้นี้เช่นกัน ยังคงอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล

