หน้าแรก ต่างประเทศ สีหศักดิ์ยัน ...

สีหศักดิ์ยัน สู้ตาม UNCLOS ให้ดีที่สุด ตั้งปธ.ประนอม ภายใน 30 วัน ก่อนวางกรอบทำงาน

26.06.26 | 11:33 น.

สีหศักดิ์ยัน สู้ตาม UNCLOS ให้ดีที่สุด ตั้งปธ.ประนอม ภายใน 30 วัน ก่อนวางกรอบทำงาน

วันที่ 26 มิถุนายน ที่เมืองอัสนาตา ประเทศคาซัคสถาน  นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการเลือกประธานกรรมาธิการกระบวนการประนอมภาคบังคับตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS)

นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ได้มีโอกาสเจอกับผู้ที่ไทยเสนอเป็นผู้ประนอมฝั่งไทย ซึ่งได้เล่าให้ฟังถึงวิธีการเลือกประธานกรรมาธิการประนอมภาคบังคับว่าคนที่คัดเลือกมาเรารับได้หรือไม่ แม้ไม่ได้เขียนไว้ว่าคนที่จะมาเป็นประธานจะต้องผ่านการรับรองเห็นชอบของประเทศที่เป็นคู่กรณีกัน ซึ่งจะต้องมีการแจ้งให้ทราบว่าใครที่อยู่ในข่ายที่เห็นว่าเหมาะสม  แต่จะดีที่สุดหากทั้งสองฝ่ายเห็นด้วยว่าบุคคลคนนี้เป็นประธานกรรมาธิการฯ ได้มีความเป็นกลาง ซึ่งกระบวนการนี้จะใช้เวลา 30 วันจะต้องเลือกประธานให้เสร็จ หลังจากนั้นจะกำหนดกรอบวิธีการทำงาน และจะเชิญประเทศไทยไปคุยนำเสนอข้อมูล โดยอาจจะเจอกันเดือนละหนึ่งครั้งหรือสองเดือนครั้ง

เมื่อถามว่ายังมีหลายคนถามว่าทำไมเราถึงยกเลิก MOU 44  นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เรายกเลิกเพราะจะให้มีการเจรจาภายใต้บริบทใหม่ เพราะทั้งไทยและกัมพูชาเป็นภาคี UNCLOS แล้ว ยังไม่จำเป็นที่จะเข้าสู่การประนีประนอมภาคบังคับเพราะยังมีการประนีประนอมโดยสมัครใจ ซึ่งเป็นเจตนาที่ยกเลิก MOU44  และหาก MOU ยังอยู่ เราก็เจรจาไม่สำเร็จ ในขณะที่หลายคนก็วิจารณ์ว่า MOU 44 กัมพูชาอยู่บนพื้นฐานการอ้างสิทธิ์ของกัมพูชาซึ่งขีดเส้นผ่าเกาะกูด และยอมรับว่าช่วงแรกมีความลำบากที่จะผลักดันการเจรจาภายใต้ MOU44 เพราะมีหลายคนไม่เห็นด้วย แต่เจตนาของเราคืออยากให้มีการเจรจาแบบเริ่มต้นกันใหม่ แต่กัมพูชาก็ดึงเกมของเขา และหากเราคุยกัน ทางทะเลได้ก็อาจจะเริ่มคุยเรื่องทางบกที่เค้าต้องการมากกว่าด้วยซ้ำไป เพราะมีหลายอย่างจากสงครามที่สร้างปัญหาให้กัมพูชา

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีสิทธิ์จะนำไปสู่การยกเลิก MOU43 ด้วยหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า โดยไม่เอาเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง MOU ฉบับนี้ก็มีประโยชน์เพราะมีการตกลงเรื่องหลักเขตไปพอสมควรแล้ว ซึ่งปัญหาแผนที่ 1:200,000  ที่ไทยไม่ยอมรับเพราะทำให้เราสูญเสียประสาทเขาพระวิหาร แต่ใน MOU 43 มีการพูดถึงเอกสารอื่นๆ ด้วยที่จะมาใช้ประกอบไม่ใช่เฉพาะ1:200,000 เพราะต้องดูเนื้อหาของสนธิสัญญาและเรื่องสันปันน้ำ จึงคิดว่าMOU 43 ยังพอไปได้

“การต่างประเทศปัจจุบันนี้ เรื่องการเปิดรับฟังความเห็นของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ เช่นเดียวกับ UNCLOS ที่เราไม่มีอะไรปิดบังเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญเช่นเดียวกันกับ MOU43 ก็ต้องรับฟังแม้จะมีเสียงต่างๆ จึงคิดว่า กระทรวงการต่างประเทศจะต้องมีหลัก โดยยึดผลประโยชน์และกฎหมาย แต่หากไทยไม่รับกระบวนการประนอมภาคบังคับ ก็ไม่สามารถที่จะแต่งตั้งคนที่จะมาเป็นผู้ประนอมฝั่งไทย และไม่ยอมรับกติการะหว่างประเทศ เวลาเราไปเจรจาต่างๆ ใครจะมาเชื่อถือสิ่งที่เราไปผูกมัดไว้ภายใต้ข้อตกลงอื่นๆ” นายสีหศักดิ์กล่าว พร้อมย้ำว่า ประเทศไทยอยู่ในสังคมโลกซึ่งมีกติกา ไทยเป็นภาคี UNCLOS ที่เขียนอยู่แล้วว่าจะต้องปฏิบัติ โดยจะไปต่อสู้ตามกระบวนการทำให้ดีที่สุด ซึ่งตนคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

Advertisement

เมื่อถามต่อว่าฉากทัศน์ที่แย่ที่สุดของไทยภายใช้ UNCLOS คืออะไร นายสีหศักดิ์กล่าวว่า อย่าไปมองถึงขั้นนั้นแต่ดูว่าภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศจะออกมาอย่างไร และหลายคนยังเชื่อว่าเส้นเขตที่กัมพูชาอ้างถึงตามกฎหมายระหว่างประเทศไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่อาจจะมีหลายฉากทัศน์ ซึ่งในทุกฉากทัศน์เราสามารถปกป้องรักษาอธิปไตยของเราแล้วเราก็ไปเจรจาต้องหาอะไรที่วิน-วินกันทั้งสองฝ่าย ถ้าหากแนวทางนั้นดี ฝ่ายกัมพูชารับได้ เราก็วิน แต่ถ้าไม่เป็นแบบนั้นก็จะไปคุยกับกัมพูขา เพื่อหาช่องทางที่ทั้งสองฝ่ายจะรับได้