เว็บไซต์แชนเนลนิวส์เอเชียรายงานว่า เครื่องบินของสายการบินแอร์ไชน่าของทางการจีนเกือบจะชนภูเขาบนเกาะลันเตาของฮ่องกง หลังจากเครื่องบินเพิ่งทะยานออกจากสนามบินนานาชาติฮ่องกงเมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา
เซาธ์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ (เอสซีเอ็มพี) รายงานว่า จากข้อมูลเส้นทางการบินของเว็บไซต์ไฟลต์เรดาร์ 24 พบว่าเที่ยวบินดังกล่าวคือเที่ยวบิน ซีเอ 428 ที่กำลังมุ่งหน้าไปยังเมืองเฉิงตู ประเทศจีน ดูเหมือนจะบินออกนอกเส้นทาง โดยเครื่องบินมุ่งหน้าไปทางตอนใต้ที่หมู่บ้านไท่โอ และบินอยู่ใกล้กับภูเขา ขณะที่เจ้าหน้าที่ควบคุมการบินทางอากาศได้แจ้งเตือนในทันที และสั่งให้นักบินบินให้ถูกต้องตามเส้นทางบิน
เจเรมี แทม มัน โฮ ส.ส.จากพรรคพลเรือนของฮ่องกง เปิดเผยว่า ขณะบินผิดเส้นทางเครื่องบินบินอยู่ที่ความสูง 3,400 ฟุต ซึ่งเป็นระดับความสูงที่ต่ำกว่าจุดต่ำสุดของความปลอดภัยในพื้นที่ดังกล่าวซึ่งต้องบินสูงที่ 4,300 ฟุตขึ้นไป ซึ่งหากเครื่องบินบรรทุกสิ่งของหรือผู้โดยสารมากกว่านี้ หรือหากเครื่องบินลำใหญ่กว่านี้ อาจจะไม่สามารถบินได้สูงตามที่กำหนด
“หากเครื่องบินมุ่งหน้าเข้าหาภูเขาในสภาพที่บินต่ำอยู่ คงเดาไม่ยากว่าจะเกิดอะไรขึ้นตามมา” นายแทม กล่าว และว่า แต่ระบบป้องกันชนของเครื่องบินได้นำเครื่องบินไต่ระดับสูงขึ้นไป
โดยจากเทปบันทึกเสียงที่นายแทมได้ส่งให้กับทางเอสซีเอ็มพี เจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศได้ออกคำแนะนำให้แก่นักบินให้ “เลี้ยวขวาในทันที” และเตือนว่ามีพื้นดินอยู่ข้างหน้า แต่นักบินกลับไปหักหลบ เจ้าหน้าที่จึงได้เตือนอีกครั้งว่ามีภูเขาอยู่ด้านหน้า และสั่งให้นักบินไต่ระดับเครื่องบินขึ้นไปที่ระดับความสูง 5,000 ฟุตในทันที
ขณะที่แอร์ไชน่าแจ้งว่า ลูกเรือบนเครื่องมีคำถามเกี่ยวกับคำสั่งของเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศ แต่เนื่องจากคลื่นความถี่ของวิทยุไม่ว่า นักบินจึงได้ตัดสินใจเลี้ยวหลังจากได้รับการยืนยันเรื่องเส้นทาง
ด้านโฆษกของแอร์ไชน่าแถลงว่า สายการบินแอร์ไชน่าให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยทางอากาศก่อนเป็นระดับแรก และจะทำการศึกษาเรื่องความปลอดภัยให้เข้มงวดมากขึ้นต่อไป
โดยรายงานข่าวระบุว่า เครื่องบินลำดังกล่าวลงจอดอย่างปลอดภัยที่เมืองเฉิงตูในอีก 2 ชั่วโมงต่อมา

