ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เปิดยอดเสียภาษี ‘คิงชาร์ลส์’ 569 ล้าน พร้อมเผยไม่ย้ายกลับพระราชวังบักกิงแฮม
สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน สำนักพระราชวังบักกิงแฮม แจ้งว่า สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร จะไม่เสด็จฯกลับไปประทับที่พระราชวังบักกิงแฮมอีก หลังจากโครงการบูรณะพระราชวังที่กินเวลาถึง 10 ปี และจะเสร็จสิ้นลงในปีหน้า เป็นอันสิ้นสุดการใช้พระราชวังบักกิงแฮม เป็นพระตำหนักหลักของกษัตริย์อังกฤษ ที่มีมายาวนานเกือบ 2 ศตวรรษ

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่วัง ยังได้เปิดเผยเป็นครั้งแรกว่า ในปีงบประมาณ 2024/25 กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 ทรงเสียภาษีเป็นเงิน 12.9 ล้านปอนด์ (ราว 569 ล้านบาท) ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวเลขการเสียภาษีของกษัตริย์อังกฤษต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก และทำให้พระองค์อยู่ในกลุ่มผู้เสียภาษีสูงสุด 100 อันดับแรกของสหราชอาณาจักร
การเปิดเผยตัวเลขการเสียภาษีของกษัตริย์อังกฤษ มีขึ้นขณะที่สมาชิกราชวงศ์อังกฤษ ทรงให้คำมั่นว่า จะยกระดับความโปร่งใส เกี่ยวกับทรัพย์สิน และการเงินของราชวงศ์ให้มากขึ้น ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่การเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เมื่อปี 2022
ทั้งนี้ กษัตริย์ชาร์ลส์ ที่ 3 จะยังทรงประทับอยู่ที่พระตำหนักแคลเรนซ์ ซึ่งเป็นที่ประทับของพระองค์ในกรุงลอนดอนมาอย่างยาวนาน แม้ว่าโครงการบูรณะพระราชวังบักกิงแฮม มูลค่า 396 ล้านปอนด์ จะเสร็จสิ้นลงในปีหน้าก็ตาม โดยโครงการดังกล่าว รวมถึงการเปลี่ยนระบบสายไฟ ท่อน้ำ และระบบทำความร้อนที่เก่าแก่และเสื่อมสภาพ
โดยเมื่อตอนเริ่มการบูรณะ ในปี 2017 เจ้าหน้าที่คาดว่าพระราชวังแห่งนี้จะยังคงเป็นที่ประทับหลักในกรุงลอนดอนของกษัตริย์ ดังที่เคยเป็นมาตลอด นับตั้งแต่สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย เสด็จขึ้นครองราชย์ เมื่อปี 1837
เจมส์ ชาลเมอร์ส เหรัญญิกส่วนพระองค์ และผู้ดูแลจัดการเงินพระคลังข้างที่ กล่าวว่า พระราชวังบักกิงแฮม จะยังคงเป็นสถานที่หลักสำหรับงานพระราชพิธีและภารกิจอย่างเป็นทางการ ซึ่งรวมถึงการต้อนรับบุคคลสำคัญจากต่างประเทศ
“พระราชวังแห่งนี้จะยังคงเป็นศูนย์กลางของสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นอัญมณีอันล้ำค่าที่สุดของอาคารสำคัญของชาติ โดยธงประจำพระองค์ของพระมหากษัตริย์จะยังคงโบกสะบัดอยู่เหนือหลังคาพระราชวังอย่างภาคภูมิทุกครั้งที่พระองค์เสด็จประทับอยู่ในกรุงลอนดอน” ซาลเมอร์ส กล่าว
โดยตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา ทั้งกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 และสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ผู้ล่วงลับ ต่างไม่ได้ประทับแรมที่พระราชวังบักกิงแฮมเลย อย่างไรก็ตาม กษัตริย์ชาร์ลส์จะยังคงรักษาห้องประทับส่วนพระองค์เอาไว้ ซึ่งสามารถใช้เป็นที่พำนักค้างคืนได้
ชาลเมอร์ส กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันแต่ละปี มีผู้คนราว 700,000 คน เดินทางมายังอาคารแห่งนี้ และในอนาคตมีแผนที่จะเปิดพื้นที่เพื่อให้สาธารณชนเข้าชมได้มากขึ้น แต่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของเรื่องนี้แต่อย่างใด
ในส่วนเรื่องของการเปิดเผยตัวเลขการเสียภาษีของกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 นั้น ตามกฎหมายแล้ว กษัตริย์แห่งอังกฤษ ไม่มีหน้าที่ที่จะต้องเสียภาษีเงินได้ ภาษีส่วนต่างกำไรจากหลักทรัพย์ หรือภาษีมรดก แต่กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 ทรงเลือกที่จะเสียภาษีโดยสมัครใจ เช่นเดียวกับพระราชมารดาของพระองค์ ที่ทรงปฏิบัติมาตั้งแต่ปี 1993 เป็นต้นมา แต่ที่ผ่านมา ไม่เคยมีการเปิดเผยจำนวนเงินที่เสียภาษีแต่อย่างใด
กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 ทรงได้รับรายได้ส่วนพระองค์จากเขตกรรมสิทธิ์ที่ดินอันกว้างใหญ่แห่งดัชชีแห่งแลงคาสเตอร์ เช่นเดียวกับกษัตริย์ทุกพระองค์ของอังกฤษ ที่ได้รับมาตั้งแต่ปี 1399 โดยในปีงบประมาณ 2025/26 ทรงมีรายได้จากส่วนนี้ 25.2 ล้านปอนด์ รวมถึงรายได้จากสินทรัพย์และการลงทุนอื่นๆ ของพระองค์ด้วย
โดยชาลเมอร์ส ระบุว่า กษัตริย์ชาร์ลส์ ทรงเสียภาษีเป็นจำนวน 11.7 ล้านปอนด์ ในปีงบประมาณ 2023/24 และทรงเสียภาษีรวมแล้วกว่า 30 ล้านปอนด์ นับตั้งแต่เสด็จขึ้นครองราชย์ เมื่อปี 2022
นอกจากนี้ พระองค์ยังได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาล ที่เรียกว่า “เงินอุดหนุนส่วนพระมหากษัตริย์” เพื่อใช้จ่ายสำหรับเจ้าหน้าที่ ดูแลรักษาพระราชวัง และการเสด็จพระราชดำเนิน โดยเงินจำนวนนี้จะอยู่ที่ 137.9 ล้านปอนด์ ในปีงบประมาณ 2026/27
อย่างไรก็ตาม ชาลเมอร์ส กล่าวว่า เงินอุดหนุนดังกล่าวจะถูกปรับลดลงเป็นครั้งแรก ในปีงบประมาณ 2027/28 เหลือ 100 ล้านปอนด์ เพื่อให้เป็นไปตามพระราชประสงค์อันแน่วแน่ของพระองค์ และจะคงตัวเลขในระดับนี้ไปจนถึงปีงบประมาณ 2031/32
ทั้งนี้ จำนวนเงินดังกล่าวทำให้ยอดเงินอุดหนุนยังคงสูงกว่าในปี 2016 อยู่เกือบ 60 ล้านปอนด์ ซึ่งในปีนั้นได้มีการปรับเปลี่ยนสูตรการจัดสรรงบประมาณเพื่อนำเงินมาใช้ในโครงการปรับปรุงพระราชวังบักกิงแฮม
ชาลเมอร์ส กล่าวว่า “นี่ไม่ใช่เช็คเปล่าที่ไม่มีการตรวจสอบ แต่มีมาตรการป้องกันเพื่อให้มั่นใจว่าจำนวนเงินดังกล่าวมีความเหมาะสมและได้สัดส่วน”
ทางด้านสำนักงานของเจ้าชายวิลเลียม มกุฎราชกุมารแห่งอังกฤษ เปิดเผยว่า พระองค์ทรงเสียภาษีเป็นจำนวน 7.76 ล้านปอนด์ในปีงบประมาณ 2024/25 และทรงมีพระบัญชาให้นำเงินค่าเช่าจำนวน 1.5 ล้านปอนด์ที่ได้จากเรือนจำที่ปิดตัวลงไป ส่งมอบให้แก่ชุมชนท้องถิ่น
ทั้งนี้ ทั้งเจ้าชายวิลเลียมและกษัตริย์ชาร์ลส์ต่างเคยเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการแสวงหาผลกำไรจากการเก็บค่าเช่าที่ดินจากกองทัพ บริการสาธารณสุข และโรงเรียนต่างๆ

