สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า นายเจมส์ โคมีย์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐอเมริกา (เอฟบีไอ) กล่าวหานายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐว่าโกหกและหมิ่นประมาททำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ในการให้การอย่างดุเดือดต่อสภาคองเกรสเป็นเวลาเกือบ 3 ชั่วโมง เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน โดยนายโคมีย์กล่าวว่า แม้กฎหมายจะไม่ได้ระบุว่าการปลดผู้อำนวยการเอฟบีไอจำเป็นต้องมีเหตุผลมารองรับ แต่นายทรัมป์ เลือกที่จะทำลายชื่อเสียงของตนโดยระบุว่า เอฟบีไอตกอยู่ในภาวะที่สับสนอลหม่านจากการมีผู้นำที่แย่
นายโคมีย์ยังเปิดเผยด้วยว่า รู้สึกตกตะลึงกับพฤติกรรมที่ “น่ารำคาญ” และ “น่ากังวล” ของนายทรัมป์ในการพบปะกันเป็นการส่วนตัวหลายครั้ง พร้อมระบุว่า เขาต้องพยายามระมัดระวังอย่างมากเนื่องจากเกรงว่านายทรัมป์อาจโกหกเกี่ยวกับการพบปะกันที่ไม่ปกติหลายๆ ครั้ง
คำให้การดังกล่าวแสดงให้เห็นภาพของประธานาธิบดีที่ไม่น่าไว้วางใจ ซึ่งได้ทำลายบรรทัดฐานของตำแหน่งด้วยการกดดันนายโคมีย์ในการสอบสวนว่ารัสเซียเข้ามาแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐหรือไม่ หรืออย่างเลวร้ายที่สุดคือ นายทรัมป์ต้องการที่จะขัดขวางกระบวนการยุติธรรมในคดีอาญา
นายโคมีย์ระบุว่า ระหว่างการรับประทานอาหารเย็นที่ทำเนียบขาวครั้งหนึ่ง นายทรัมป์ถามหา “ความจงรักภักดี” จากเขา และขอให้เลิกยุ่งกับนายไมค์ ฟลินน์ อดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ ที่อยู่ระหว่างการถูกสอบสวนความผิดคดีอาญาเรื่องความเกี่ยวข้องกับรัสเซีย โดยบอกว่าให้ “ปล่อยเขาไป”
นายโคมีย์ชี้ว่า ถึงตอนนี้ขึ้นอยู่กับอัยการพิเศษที่จะพิจารณาว่าพฤติกรรมดังกล่าว รวมถึงการปลดเขาออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการเอฟบีไอ ถือเป็นการขัดขวางกระบวนการยุติธรรมหรือไม่

