‘เมย์’ เดินหน้าตั้งรบ.แม้สูญเสียเสียงข้างมากในสภา อียูห่วงกระทบเจรจา ‘เบร็กซิท’

AFP PHOTO / Ben STANSALL

สำนักข่าวเอเอฟพี รอยเตอร์และบีบีซี รายงานว่า นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษเผชิญกับแรงกดดันให้ลาออกจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน หลังจากที่พรรคอนุรักษนิยมภายใต้การนำของเธอสูญเสียเสียงข้างมากในรัฐสภาไปในการเลือกตั้งทั่วไปที่มีขึ้นเมื่อ 1 วันก่อนหน้า ส่งผลให้อังกฤษต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนมากขึ้นในช่วงเวลาที่การเจรจาถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) หรือเบร็กซิทใกล้เข้ามา

นางเมย์ตัดสินใจเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาให้จัดการเลือกตั้งก่อนวาระ เป็นความพยายามที่จะเพิ่มเสียงข้างมากในรัฐสภาเพื่อตอกย้ำจุดยืนในการเจรจาเรื่องเบร็กซิทให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น แต่การเดิมพันของเธอส่งผลสะท้อนกลับอย่างรุนแรง เมื่อนางเมย์ล้มเหลวที่จะได้รับเสียงข้างมากอย่างเพียงพอสำหรับการจัดตั้งรัฐบาล
เงินปอนด์สเตอร์ลิงของอังกฤษอ่อนค่าลงอย่างรุนแรงเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐและเงินยูโรท่ามกลางความกังวลว่านางเมย์จะไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้และอาจถูกบีบให้ลาออกจากตำแหน่ง ทำให้นักลงทุนพากันตั้งคำถามว่า ใครจะเป็นผู้ควบคุมกระบวนการเจรจาเรื่องเบร็กซิทนับจากนี้

นอกจากนี้ นางเมย์ยังต้องเผชิญกับแรงกดดันให้ลาออกทั้งจากภายในและนอกพรรค หลังการรณรงค์หาเสียงอย่างย่ำแย่ที่ถูกครอบงำด้วยการก่อการร้าย 2 ครั้ง อย่างไรก็ตาม สื่ออังกฤษรายงานอ้างแหล่งข่าวในพรรคอนุรักษนิยมระบุว่า นางเมย์ไม่มีความตั้งใจที่จะลาออกแต่อย่างใด

นางเมย์กล่าวว่า แม้ผลการนับคะแนนจะยังไม่เสร็จสิ้น แต่ดูเหมือนว่าพรรคของเราจะได้คะแนนเสียงมากที่สุด และเป็นความรับผิดชอบของเราที่จะรับประกันความมีเสถียรภาพ

ทว่านายเจเรมี คอร์บิน ผู้นำฝ่ายค้านที่มีแนวคิดเอียงซ้าย หัวหน้าพรรคแรงงาน เรียกร้องให้นางเมย์ลาออกจากตำแหน่ง โดยระบุว่าเธอ “สูญเสียคะแนนเสียงเลือกตั้ง สูญเสียแรงสนับสนุน และสูญเสียความเชื่อมั่น”
ผลการนับคะแนนล่าสุดที่เสร็จสิ้นไปแล้ว 647 จาก 650 ที่นั่ง ปรากฏว่าพรรคอนุรักษนิยมได้ไป 316 ที่นั่ง ลดลงจาก 331 ที่นั่งเมื่อปี 2558 ขณะที่พรรคแรงงานได้ไป 261 ที่นั่ง เพิ่มขึ้นจาก 229 ที่นั่งจากการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่แล้ว

หนังสือพิมพ์อังกฤษฉบับเช้าวันดังกล่าวต่างพากันพาดหัวข่าวผลการเลือกตั้งที่แสดงให้เห็นอารมณ์ความรู้สึกถึงความไม่แน่นอน ทั้ง “อังกฤษกำลังถูกคมมีดจ่อ” “โกลาหล” และ “แขวนอยู่บนเส้นด้าย”

และในการเลือกตั้งครั้งนี้ที่เปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ทางการเมืองของอังกฤษไปอีกครั้งหนึ่ง พรรคอิสรภาพสหราชอาณาจักร (ยูคิป) ที่ได้คะแนนเสียงไป 12.5 เปอร์เซ็นต์ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่แล้วและเป็นกลจักรสำคัญอยู่เบื้องหลังในการขับเคลื่อนผลักดันให้ฝ่ายออกจากการเป็นสมาชิกอียูในการลงประชามติเมื่อปีที่แล้ว ได้รับคะแนนนิยมในครั้งนี้เพียงแค่ราว 2 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ขณะที่พรรคชาตินิยมสก็อต (เอสเอ็นพี) คาดว่าจะสูญเสียที่นั่งไป 21 จาก 54 ที่นั่งที่ได้จากการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว

เจ้าหน้าที่ของอียูในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียมต่างแสดงออกถึงความไม่แน่ใจในเรื่องกระบวนการเจรจาเบร็กซิท หลังผลการเลือกตั้งออกมาเช่นนี้ โดยก่อนหน้านี้ อียูได้กำหนดวันเริ่มต้นกระะบวนการเจรจาไว้เป็นวันที่ 19 มิถุนายนแต่สถานการณ์ในปัจจุบันแสดงให้เห็นถึงสัญญาของความไม่แน่นอนในเรื่องดังกล่าวนี้
นายปิแอร์ มอสโควิซี กรรมาธิการเศรษฐกิจอียูกล่าวว่า นายเมย์พ่ายแพ้การเดิมพัน ในขณะที่การเจรจาเรื่องเบร็กซิทกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในอีก 10 วันข้างหน้า ส่งผลให้มีการคาดเดาว่า อาจมีการยืดเวลาออกไปก่อน
อย่างไรก็ตาม นายมิเชล บาร์นิเยร์ หัวหน้าทีมเจรจาเบร็กซิทของอียูระบุว่า 27 ชาติสมาชิกอียูที่เหลือพร้อมที่จะยืดหยุ่นในเรื่องเวลาในการเริ่มต้นกระบวนการเจรจา

ด้านนายกุนเธอร์ เอิตติงเกอร์ กรรมาธิการงบประมาณของอียูระบุว่า ดูเหมือนตอนนี้ นางเมย์จะเป็นคู่เจรจาที่อ่อนแอสำหรับอียู ในขณะที่อียูต้องการผู้นำที่เข้มแข็งพอในประเทศสำหรับการบรรลุข้อตกลงที่เด็ดขาด

ล่าสุด บีบีซีรายงานว่า นางเมย์ ตัดสินใจแน่นอนว่าจะไม่ลาออก โดยจะเดินทางไปเข้าเฝ้าสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ยังพระราชวังบักกิงแฮมเพื่อทูลขอพระบรมราชานุญาตในการจัดตั้งรัฐบาลในเวลา 12.30 น.ตามเวลาท้องถิ่น (ตรงกับ 18.30 น. ในไทย) โดยสกายนิวส์รายงานด้วยว่า พรรคสมาชิกสหภาพประชาธิปไตย (ดียูพี) ของไอร์แลนด์เหนือที่ได้ไป 10 ที่นั่งจะให้การสนับสนุนนางเมย์โดยเข้าร่วมในการจัดตั้งรัฐบาล

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“อาคม”กางแผนดันเมกะโปรเจ็กต์เข้าครม. หวังกระตุ้นภาคอสังหาฯลงทุนตาม
บทความถัดไปนักลงทุน-นักท่องเที่ยวต่างชาติเทใจให้ “ไทยแลนด์ อีลิทคาร์ด”