
ฮึ่มกันอีก! มะกันโจมตีใส่ฐานเก็บขีปนาวุธอิหร่าน ตอบโต้เตหะราน ยิงใส่เรือสินค้า แล่นผ่านฮอร์มุซ
กองทัพสหรัฐได้ปฏิบัติการโจมตีสถานที่เก็บขีปนาวุธและโดรน รวมถึงสถานีเรดาร์ชายฝั่งของอิหร่าน เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน เพื่อตอบโต้ที่อิหร่านส่งโดรนโจมตีเรือบรรทุกสินค้าลำหนึ่งติดธงสิงคโปร์ในช่องแคบฮอร์มุซเมื่อหนึ่งวันก่อนหน้าจนได้รับความเสียหาย แต่ไม่มีลูกเรือคนใดบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวหาอิหร่านว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิง
กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) แถลงว่า เครื่องบินโจมตีของสหรัฐได้โจมตีสถานที่เก็บขีปนาวุธและโดรน รวมถึงสถานีเรดาร์ชายฝั่งของอิหร่าน ซึ่งปฏิบัติการดังกล่าวได้สิ้นสุดลงแล้ว การโจมตีครั้งนี้เป็น “การตอบโต้ที่หนักแน่น” ต่อเหตุการณ์โดรนโจมตีเรือสินค้า
“การกระทำอันเป็นการรุกรานเรือพาณิชย์โดยไม่มีเหตุอันสมควรของกองกำลังอิหร่าน ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างชัดเจน” CENTCOM ระบุ และว่า “พฤติกรรมอันเป็นอันตรายของอิหร่านยังบ่อนทำลายเสรีภาพในการเดินเรือ ในช่วงเวลาที่การค้าระหว่างประเทศกำลังพึ่งพาเส้นทางการค้าสำคัญแห่งนี้มากขึ้น” พร้อมกับย้ำว่า กองทัพสหรัฐจะยังคงให้การประสานงานและสนับสนุนด้านความปลอดภัยแก่เรือพาณิชย์ที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซต่อไป
ขณะสื่ออิหร่านรายงานว่า ขีปนาวุธได้ตกบริเวณรอบท่าเรือเมืองซีริก ทางตอนใต้ของอิหร่าน และกองทัพเรืออิหร่านได้ตอบโต้กลับด้วยการโจมตีเป้าหมายทางทหารของสหรัฐในภูมิภาคดังกล่าวด้วย
แหล่งข่าวทางทหารของอิหร่านระบุว่า มีการโจมตีที่ท่าเรือซีริก หลังจากได้ยินเสียงระเบิดในพื้นที่ ก่อนหน้านั้นประมาณ 5 ชั่วโมง มีการยิงปืนเตือนหลายนัดจากเมืองซีริกไปยังเรือที่ถูกกล่าวหาว่ามีการละเมิดข้อบังคับการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้ ยังมีการยิงขีปนาวุธเตือน 2 ลูกจากพื้นที่ คาร์ปานซึ่งอยู่ใกล้เคียงไปยังน่านน้ำดังกล่าว
ด้านกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) แถลงว่า เพื่อตอบโต้เหตุการณ์ดังกล่าว กองทัพเรือของตนได้โจมตีสถานที่ที่กองทัพสหรัฐซึ่งเป็นกองกำลังผู้ก่อการร้าย ประจำการอยู่ในภูมิภาค พร้อมทั้งเตือนว่า หากสหรัฐเปิดฉากโจมตีเพิ่มเติม อิหร่านจะตอบโต้ในวงกว้างยิ่งกว่าเดิม
IRGC ระบุอีกว่า “ข้อตกลงหยุดยิงให้อิหร่านมีอำนาจควบคุมการสัญจรของเรือในช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม สหรัฐได้พยายามยั่วยุในหลายแนวรบเพื่อทำลายพันธกรณีดังกล่าว ดังนั้น จึงมีการตอบโต้ที่จำเป็น และจะยังคงตอบโต้ต่อไป หากการรุกรานเกิดขึ้นอีก การตอบโต้ของเราจะกว้างขวางกว่าครั้งนี้”
ข่าวแจ้งว่า เพียงไม่กี่นาทีก่อนที่สหรัฐจะประกาศปฏิบัติการโจมตี ทรัมป์กล่าวว่า “เดี๋ยวคุณจะได้เห็น” เมื่อถูกผู้สื่อข่าวถามว่าสหรัฐจะตอบโต้ทางทหารต่ออิหร่านหรือไม่ หลังมีรายงานว่ามีการโจมตีเรือบรรทุกสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซ โดยทรัมป์กล่าวหาอิหร่านด้วยว่า “ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างโง่เขลา”
ด้านนาย เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ โพสต์บน X ว่า สหรัฐได้ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงหรือที่เรียกว่า บันทึกความเข้าใจ (MOU) อย่างเคร่งครัดแล้ว
“อิหร่านได้ลงนามในข้อตกลงหยุดยิง และเราก็ได้ปฏิบัติตามข้อตกลงนั้น หากพวกเขามีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับการนำบันทึกความเข้าใจไปปฏิบัติ ก็สามารถติดต่อพูดคุยกันได้ แต่หากมีการใช้ความรุนแรง เราก็จะตอบโต้ด้วยความรุนแรงเช่นกัน” แวนซ์โพสต์บนแพลตฟอร์ม X
การเปิดฉากโจมตีเป้าหมายทางทหารอิหร่านอีกครั้งของสหรัฐมีขึ้นหลังจากมีรายงานเกิดเหตเรือบรรทุกสินค้าติดธงสัญชาติสิงคโปร์ชื่อ Ever Lovely ถูกวัตถุไม่ทราบชนิดยิงโจมตีใกล้กับประเทศโอมาน เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ขณะแล่นอยู่ในเส้นทางที่ศูนย์ปฏิบัติการค้าทางทะเลแห่งสหราชอาณาจักร (UKTMO) แนะนำให้เดินเรือได้ ทว่าไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุโจมตีดังกล่าว และเรือสินค้าลำนั้นได้เดินทางออกจากช่องแคบฮอร์มุซไปได้แล้ว
อย่างไรก็ดี เหตุโจมตีเรือที่เกิดขึ้นส่งผลให้องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ของสหประชาชาติได้ระงับแผนการอพยพลูกเรือกว่า 11,000 คน ซึ่งติดค้างอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ ที่เป็นเส้นทางขนส่งพลังงานและสินค้าสำคัญเส้นทางหนึ่งของโลกนับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐและอิสราเอลกับอิหร่านปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาไว้ก่อน
