หน้าแรก ต่างประเทศ ออสเตรเลียจ่อ...

ออสเตรเลียจ่อเพิ่มโทรปรับ 2 เท่า แพลตฟอร์มฝืนข้อห้าม ปล่อยเด็กใช้โซเชียล

28.06.26 | 20:04 น.
REUTERS

ออสเตรเลียจ่อเพิ่มโทรปรับ 2 เท่า แพลตฟอร์มฝืนข้อห้าม ปล่อยเด็กใช้โซเชียล

รัฐบาลออสเตรเลียประกาศว่าจะเพิ่มโทษสูงสุดสำหรับแพลตฟอร์มที่ทำการฝ่าฝืนกฎหมายที่กำหนดอายุขั้นต่ำของเด็ก สำหรับการใช้โซเชียลมีเดียเพิ่มขึ้นเป็น 99 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือกว่า 2 พันล้านบาท

ภายใต้กฎหมายที่มีการปรับปรุงใหม่ คณะกรรมาธิการด้านความปลอดภัยทางออนไลน์จะมีอำนาจสั่งให้บริษัทโซเชียลมีเดียส่งหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า พวกเขาได้ดำเนินมาตรการอย่างไรบ้างเพื่อให้เป็นไปตามข้อกฎหมายดังกล่าว

ทั้งนี้ เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีถูกห้ามไม่ให้ใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียหลัก 10 แพลตฟอร์มในออสเตรเลียตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคม 2025 แต่เป็นที่รับรู้กันอย่างกว้างขวางว่า เด็กจำนวนมากยังคงสามารถเข้าถึงและใช้งานแอปที่ถูกห้ามได้

ขณะนี้ได้มีการเปิดการสอบสวนเกี่ยวข้อกล่าวหาว่ามีแพลตฟอร์มที่ไม่ปฏิบัติตามข้อห้ามจำนวน 5 แพลตฟอร์ม ได้แก่ Facebook, Instagram, Snapchat, TikTok และ YouTube

แม้การประกาศจำกัดอายุเด็กในการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ของออสเตรเลียเมื่อปลายปีที่แล้วจะมีการประชาสัมพันธ์อย่างใหญ่โตและได้รับความสนใจอย่างมาก แต่รัฐบาลออสเตรเลียก็ประสบปัญหาในการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว

Advertisement

ในรายงานของคณะกรรมาธิการด้านความปลอดภัยทางออนไลน์ ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลอิสระของออสเตรเลีย ระบุว่า เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี 7 ใน 10 คน ที่มีบัญชีโซเชียลมีเดียก่อนการประกาศใช้กฎหมาย ยังคงมี “การเข้าถึงอยู่บ้าง”

รัฐบาลออสเตรเลียยอมรับว่ามีความท้าทายหลายประการในการบังคับใช้กฎหมาย พร้อมระบุว่าการเพิ่มบทลงโทษในครั้งนี้เป็นหลักฐานว่ารัฐบาลกำลังเพิ่มความเข้มงวดกับแพลตฟอร์มที่ยังดำเนินการไม่เพียงพอ

รัฐบาลยังบอกด้วยว่า การเพิ่มอำนาจให้กับคณะกรรมาธิการด้านความปลอดภัยทางออนไลน์จะช่วยให้สามารถทำการสืบสวนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นและนำไปสู่การบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

“ผมรู้สึกยินดีกับการเปลี่ยนแปลงในการพูดคุย และแรงผลักดันจากนานาชาติที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่ออสเตรเลียได้กำหนดอายุขั้นต่ำในการใช้โซเชียลมีเดีย แต่ก็เห็นได้ชัดว่าบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ยังดำเนินการไม่มากพอที่จะปฏิบัติตามกฎหมาย ยังมีเด็กมากเกินไปที่ยังคงอยู่บนโซเชียลมีเดีย” นายแอนโทนี อัลลาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียกล่าว